
ธุรกิจเด่น–ดับในปี 2557 ตอนที่ 9
หลังจากการทำ Window Dressing เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำมาจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว สำหรับทุกๆ สิ้นไตรมาส โดยเฉพาะสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 2 และไตรมาส 4 ซึ่งจะมีผลต่อผลประกอบการและ NAV ของหน่วยลงทุนต่างๆ ทำให้ดูดีขึ้น ไตรมาส 2 นี้เราคงจะเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งล้วนแต่เป็นข่าวร้ายที่รออยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ ซึ่งล่าสุดทั้ง บล.ภัทร และศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้หั่นเป้าหมาย GDP ลงเหลือต่ำกว่า 2% ไปแล้ว คาดว่าจะเห็นอีกหลายหน่วยงานปรับเป้าหมาย GDP ปีนี้ลงกันอีก ซึ่งนั่นก็จะมีผลให้นักวิเคราะห์ต้องปรับประมาณการผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนลงอีกเป็นลูกโซ่
หลังจากการทำ Window Dressing เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำมาจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว สำหรับทุกๆ สิ้นไตรมาส โดยเฉพาะสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 2 และไตรมาส 4 ซึ่งจะมีผลต่อผลประกอบการและ NAV ของหน่วยลงทุนต่างๆ ทำให้ดูดีขึ้น ไตรมาส 2 นี้เราคงจะเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งล้วนแต่เป็นข่าวร้ายที่รออยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ ซึ่งล่าสุดทั้ง บล.ภัทร และศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้หั่นเป้าหมาย GDP ลงเหลือต่ำกว่า 2% ไปแล้ว คาดว่าจะเห็นอีกหลายหน่วยงานปรับเป้าหมาย GDP ปีนี้ลงกันอีก ซึ่งนั่นก็จะมีผลให้นักวิเคราะห์ต้องปรับประมาณการผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนลงอีกเป็นลูกโซ่
กลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในขณะนี้ ก็คือ Domestic Consumption จากการที่เศรษฐกิจโตลดลงมาก ผู้คนเริ่มไม่มีความมั่นใจ ผู้บริโภคไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย นักธุรกิจก็ไม่ขยับขยายกิจการ ซึ่งเมื่อดูตัวเลขดัชนีความมั่นใจทั้งด้านผู้ผลิตและผู้บริโภค จะเห็นได้ชัดเจนถึงแม้ กนง.จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไป 0.25% ก็ตาม แต่ธนาคารพาณิชย์ขานรับโดยการลดดอกเบี้ยเพียงประมาณ 0.13% เท่านั้น แทบจะไม่มีผลต่อเศรษฐกิจเลย เป็นการเสียกระสุนฟรี กลุ่มลูกหนี้ที่กู้หนี้ยืมสินโดยใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว ก็จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงไปนิดหนึ่งส่วนผู้ฝากเงินก็ได้รับดอกเบี้ยน้อยลงหน่อย
ไตรมาสแรกที่ผ่านมาหลาย ฝ่ายก็คาดการณ์กันว่า GDP น่าจะติดลบ ซึ่งผมก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาสแรก โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารจะประกาศกันกลางเดือน เม.ย. ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่เหลือ ก็จะทยอยประกาศกันตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. จนถึงกลางเดือนซึ่งถ้าผลประกอบการออกมาแย่กว่าที่คาด คงจะมีการปรับประมาณการณ์ผลประกอบการปี 2557 ของบริษัทจดทะเบียนลงอีกรอบหนึ่ง
นี่คือสาเหตุที่ทำให้ผมคาดว่าจะเห็นการปรับตัวของ SET INDEX ในไตรมาส 2 ณ ระดับราคาขนาดนี้ ตลาดหุ้นไทยมี P/E เกือบ 14 เท่า ซึ่งนับว่าแพงมากสำหรับอัตราการเติบโตของผลกำไรปีนี้ เรามาติดตามกันดูนะครับว่า SET INDEX จะหล่นลงไปต่ำกว่า 1,300 จุดกันไหม
เรามาต่อกันในเรืองธุรกิจดับในปี 2557 กันครับ
5.กลุ่มรถยนต์ ถึงแม้โครงการรถคันแรกจะจบลงไปแล้วตั้งแต่ปีก่อน แต่พิษร้ายของโครงการนี้ยังมีผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ในประเทศปีนี้อยู่บ้าง ถึงแม้จะไม่เท่ากับปีที่แล้ว แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจไทยไม่ค่อยดีทำให้ผู้คนที่คิดจะเปลี่ยนรถคันใหม่หรือผู้ที่จะซื้อรถคันใหม่ชะลอการตัดสินใจไปก่อน เพราะรถยนต์เป็นสินค้าคงทนที่มีราคาสูง และเป็นภาระโดยเฉพาะผู้ซื้อที่ใช้สินเชื่อ Finance นอกจากภาระค่าดูแลรักษา ค่าประกันภัย ค่าน้ำมันรถ ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ฯลฯ แล้วยังมีดอกเบี้ยจ่ายอีก เรายังเห็นผู้บริหารในอุตสาหกรรมนี้ ให้สัมภาษณ์ว่ามีการปรับเป้าหมายยอดขายลง หลังจากที่ยอดขายช่วงที่ผ่านมาไม่ดี กลุ่ม TOYOTA จะมีการทบทวนแผนลงทุนในไทย
สถาบัน IHS ได้ประเมินว่ายอดขายรถยนต์ในไทยน่าจะร่วงลงประมาณ 19% มาอยู่ที่ 1.08 ล้านคันขณะที่ยอดการผลิตรถยนต์น่าจะลดลงประมาณ 8% มาอยู่ที่ 2.2 ล้านคัน โดยยอดขายในประเทศกับการส่งออกสูสีกัน ยังดีที่ท่างค่าย HONDA และ MAZDA ยังยืนยันที่จะขยายกำลังการผลิตตามเดิม ช่วยให้ไทยยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดใน ASEAN และเป็นอันดับที่ 9 ของโลกเหมือนเดิม แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราคงจะถูกอินโดนีเซียแซงหน้าไป จากฐานประชากรที่มากกว่าเรากว่า 3 เท่า และเศรษฐกิจที่กำลังโตวันโตคืน แต่โชคดีที่ยอดส่งออกของกลุ่มนี้ใน 2 เดือนแรกของปีนี้ มียอดการเติบโตขึ้นพอสมควร คงช่วยชดเชยยอดขายในประเทศที่ไม่ดีได้บ้าง ผมคาดว่าไตรมาส 4 ของปีนี้เป็นต้นไป เราคงจะได้เห็นการกลับมาของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ โดยปีหน้า กลุ่มนี้น่าจะกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นถ้าช่วงครึ่งปีหลัง ราคาหุ้นในกลุ่มนี้ลงมา ก็น่าจะทยอยซื้อสะสมไว้ครับ







