
ประกันทำใจไตรมาส2ธุรกิจดิ่งหนัก
ประกันชีวิตประกันภัย ทำใจไตรมาส 2 ธุรกิจชะงัก ผลเศรษฐกิจดิ่งหนัก ทำตลาดภูมิภาคอ่อนแอ
ประกันชีวิตประกันภัย ทำใจไตรมาส 2 ธุรกิจชะงัก ผลเศรษฐกิจดิ่งหนัก ทำตลาดภูมิภาคอ่อนแอ
นายกีรติ อัสสกุล ประธานกรรมการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงชัดเจนและชะงักงัน เพราะการที่ประชาชนต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นำไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งทุกธุรกิจต้องยอมรับความจริง
“ยิ่งเศรษฐกิจโดยรวมประเทศมีปัญหา ทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคยิ่งอ่อนแอ ก็จะกระทบต่อตลาดประกันชีวิตให้อ่อนแอลงด้วย” นายกีรติ กล่าว
นายกีรติ กล่าวว่า หน้าที่ของบริษัทประกันชีวิตที่จะต้องไปให้ความรู้แก่ประชาชนถึงประโยชน์ของประกันชีวิต ที่จะเข้าไปช่วยคุ้มครองครอบครัวและสร้างการออมเงิน เพื่อจะได้มีเงินทุนที่ดีขึ้น
สำหรับบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต ทำธุรกิจมากกว่า 65 ปีแล้ว เผชิญกับการขึ้นๆ ลงๆ ของเศรษฐกิจ และปัญหาหลายอย่างสามารถผ่านมาได้ เพราะโดยตัวธุรกิจประกันชีวิตไม่ได้มีปัญหา
ขณะที่มุมของการลงทุนในไตรมาส 2 จะไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะงักงัน เพราะสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีการควบคุมอย่างเข้มงวด มีการกำหนดสัดส่วนและหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ แต่ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวอาจทำไม่ได้ดีเท่าปีที่ผ่านมา
สำหรับ 2 เดือนแรก บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต มีเบี้ยรับรวม 2,169.7 ล้านบาท ลดลง 5% แยกเป็น เบี้ยปีแรก 456.9 ล้านบาท ลดลง 12% เบี้ยต่ออายุ 1,633.6 ล้านบาท อัตราการต่ออายุ 79%
น.ส.พณิตา ตู้จินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย กล่าวว่า ธุรกิจประกันภัยในไตรมาส 2 จะชะลอตัว จากภาวะเศรษฐกิจและยอดขายรถลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะรถใหม่ป้ายแดงที่ลดลงประมาณ 30% เพราะไม่มีนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังมีผลจากปัจจัยทางการเมืองและรถเก่าหรือรถมือสองที่ราคาแกว่งมาก รวมทั้งสถาบันการเงินชะลอการปล่อยสินเชื่อ
“ส่งผลให้กำลังซื้อรถใหม่ลดลง ซึ่งทำให้ตลาดประกันภัยรถยนต์ลดลงด้วย ซึ่งบริษัทเองในไตรมาสแรกก็โตไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ เติบโตเพียง 5% เท่านั้น โดยเฉพาะเดือน ม.ค. ยอดขายลดลงมาก” น.ส.พณิตา กล่าว
น.ส.พณิตา กล่าวว่า การทำธุรกิจประกันภัยในสถานการณ์ปัจจุบันต้องปรับตัวเร็ว การกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดต้องเร็วและมีความยืดหยุ่นสูง
ทั้งนี้ กลยุทธ์ทางด้านสินค้าต้องปรับให้ทันภาวะตลาด ทันความต้องการของลูกค้า จะทำให้รักษายอดขายไว้ไม่ให้ตกมาก โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ ที่เจ้าของรถต้องทำประกันภัยอยู่แล้ว หากมีสินค้าที่ตรงกับที่อยากได้ก็ไม่ใช่เรื่องยากในการเติบโตทางธุรกิจ







