posttoday
สหฟาร์มสู่ศาลล้มละลายทางออกที่ดีของเจ้าหนี้

สหฟาร์มสู่ศาลล้มละลายทางออกที่ดีของเจ้าหนี้

10 เมษายน 2557

เป็นเรื่องตื่นตระหนกไปทั้งวงการค้าเมื่อกลางปี 2555 บริษัท สหฟาร์ม ผู้ผลิตและส่งออกไก่ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไทย

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

เป็นเรื่องตื่นตระหนกไปทั้งวงการค้าเมื่อกลางปี 2555 บริษัท สหฟาร์ม ผู้ผลิตและส่งออกไก่ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไทย ได้ขาดสภาพคล่องกลายเป็นหนี้เสียรายใหญ่ของหลายธนาคาร จากเหตุผลมากมายหลายประการ

หลังจากที่สหฟาร์มเป็นหนี้เสีย บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลาย นำโดยธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ธนาคารธนชาต ธนาคารไทยพาณิชย์ และเจ้าหนี้รายย่อยอื่น ได้ร่วมใจปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้สหฟาร์มดำเนินกิจการต่อไปได้

อย่างไรก็ดี เมื่อเวลา 1 ปีผ่านไป ฐานะของบริษัทก็ยังไม่ดีขึ้น จากปัญหาต้นทุนสูงและตลาดส่งออกซบเซา ทำให้รายได้ของสหฟาร์มปรับลดลงกว่า 56%จนบริษัทขาดสภาพคล่องไม่สามารถชำระค่าไฟฟ้าเงินเดือนพนักงานและลูกจ้าง จนต้องปิดโรงงานชำแหละและโรงงานผลิตไก่ปรุงสุกบางส่วนชั่วคราวตั้งแต่เดือน ก.ค. 2556

ในที่สุด ทางสหฟาร์มได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง และเสนอให้บริษัท เอิร์น แอนด์ ยัง คอร์ปอเรท แอดไวเซอรี่ เซอร์วิสเซส เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งศาลนัดไต่สวนในวันที่ 26 พ.ค.นี้

แหล่งข่าวจากธนาคารเจ้าหนี้รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหนี้ทั้งหมดยังไม่มีการหารือกัน จะต้องรอธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ มีมูลหนี้กว่า 9,000 ล้านบาท เป็นผู้เรียกประชุม

แหล่งข่าวคาดการณ์ว่า ธนาคารกรุงไทยคุยกับสหฟาร์มมาแล้ว จึงเป็นที่มาของการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และการใช้ช่องทางนี้จะทำให้ธนาคารกรุงไทยสบายใจมากขึ้น เพราะปรับโครงสร้างหนี้ไปหลายรอบ ส่งคนเข้าไปดูแลกิจการและมีการตีทรัพย์สินเป็นหลักประกันก็เยอะแล้ว แต่ทางสหฟาร์มยังต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มอีก

“เท่าที่รู้คือทางธนาคารกรุงไทยได้อนุมัติเงินทุนหมุนเวียนไว้ให้ 2,700 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้ให้เบิกใช้เพราะกลัวความเสี่ยง เนื่องจากวงเงินหนี้จะทะลุหมื่นล้านบาท ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย ก็ควรจะอยู่ในกระบวนการฟื้นฟู เพราะลูกหนี้จะไม่สามารถนำเงินกู้ไปใช้ผิดประเภท หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินอะไรได้ เนื่องจากมีผู้บริหารแผนดูแลอยู่ และหากมีความเสียหายเกิดขึ้นจะต้องตีทรัพย์ชำระหนี้ เจ้าหนี้รายใหญ่จะได้รับชำระหนี้ก่อน ก็จะลดความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ลง” แหล่งข่าวเปิดเผย

สำหรับสถานะการเงินของสหฟาร์ม มีมูลหนี้รวมกว่า 1.04 หมื่นล้านบาท มีเจ้าหนี้ (สถาบันการเงินเจ้าหนี้การค้าหนี้ค่าจ้างพนักงาน) รวม 1.22 หมื่นราย ในขณะที่มีหนี้สิน 1.5 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเปิดเผยต่อไปว่า สหฟาร์มถือเป็นลูกหนี้ที่ไม่เขี้ยว ยังเจรจาได้ และเจ้าหนี้ก็เห็นว่าบริษัทนี้ยังมีศักยภาพที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพียงแต่ต้องควบคุมดูแลระบบให้ดีไม่ให้มีการรั่วไหล โดยแผนของบริษัทนั้น หากศาลรับเข้าฟื้นฟูกิจการ บริษัทจะขอกู้เงิน 700 ล้านบาท เพื่อไปจ่ายค่าจ้างที่ค้างจ่ายให้พนักงาน ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้การค้าและเป็นทุนหมุนเวียนธุรกิจ

ทั้งนี้ ตามแผนของเอิร์นส์ท แอนด์ ยัง จะเสนอให้ปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับกระแสเงินหมุนเวียน โดยจะขอให้เจ้าหนี้ลดหนี้ (แฮร์คัต) ให้บางส่วน ยืดเวลาชำระหนี้ และลดดอกเบี้ย เพื่อให้กิจการเดินหน้าต่อไปได้

“เจ้าหนี้ไม่อยากได้หลักทรัพย์ของบริษัท แต่อยากให้สหฟาร์มดำเนินกิจการต่อไปได้ ธุรกิจการส่งออกไก่ยังมีอนาคต ขณะนี้ตลาดโลกก็กำลังฟื้นตัว การส่งออกน่าจะดีขึ้น หลักประกันของเจ้าหนี้ที่มีคือที่ดินและโรงเลี้ยงไก่ระบบปิด จะไม่มีค่าถ้าหากบริษัทเลิกกิจการ” แหล่งข่าวระบุ

ฉะนั้น ปลายทางของสหฟาร์มคาดว่าจะไปจบลงที่การฟื้นฟูกิจการตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลางซึ่งเป็นแนวทางที่ดีสำหรับเจ้าหนี้และลูกหนี้

การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเลวร้าย หากสหฟาร์มเลิกกิจการจะเลวร้ายกว่า เพราะจะมีคนตกงานจำนวนมาก รวมทั้งอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ดังนั้นให้จับตาวันที่ 26 พ.ค. ที่ศาลนัดไต่สวน ว่าคดีนี้จะมีความคืบหน้าต่อไปอย่างไร

ข่าวล่าสุด

งานวิจัยเตือนการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอาจจุดชนวนหนี้โลกพุ่ง

งานวิจัยเตือนการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอาจจุดชนวนหนี้โลกพุ่ง