posttoday
บิตคอยน์ทรุดหนัก นักลงทุนหันซบหุ้น AI และ IPO เทคโนโลยีแทน

บิตคอยน์ทรุดหนัก นักลงทุนหันซบหุ้น AI และ IPO เทคโนโลยีแทน

07 มิถุนายน 2569

บิตคอยน์ร่วงหนักสุดในรอบกว่าทศวรรษ นักลงทุนแห่โยกเงินสู่หุ้น AI และการเสนอขายหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ส่งผลสินทรัพย์ดิจิทัลสูญเสียความน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ หลังราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงอย่างรุนแรงจนมีแนวโน้มสร้างสถิติผลตอบแทนที่ย่ำแย่ที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกนับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ขณะที่กระแสการลงทุนทั่วโลกกำลังเทไปยังหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ซึ่งดึงดูดเม็ดเงินออกจากตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

 

ราคาบิตคอยน์ร่วงลงราว 15% ภายในสัปดาห์เดียว ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 ในช่วงที่วิกฤตของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโท FTX สั่นสะเทือนตลาดโลก ปัจจุบันบิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 63,000 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงกว่า 33% นับตั้งแต่ต้นปี 2569

 

สถานการณ์ยิ่งถูกซ้ำเติมเมื่อ Strategy บริษัทที่ถือครองบิตคอยน์ในงบดุลมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เปิดเผยว่าได้ขายบิตคอยน์บางส่วนออกมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 สร้างแรงกังวลต่อนักลงทุนเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดในระยะต่อไป

 

นักวิเคราะห์จาก RBC BlueBay Asset Management ระบุว่า กรณีของบิตคอยน์สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของสินทรัพย์การลงทุนที่สามารถเปลี่ยนจากสินทรัพย์ยอดนิยมกลายเป็นสินทรัพย์ที่ถูกลดความสนใจได้อย่างรวดเร็ว เมื่อกระแสการลงทุนย้ายไปสู่โอกาสใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

 

เสน่ห์บิตคอยน์ลดลง หลังเชื่อมโยงตลาดหุ้นมากขึ้น

 

แม้ก่อนหน้านี้บิตคอยน์จะได้รับแรงหนุนจากนโยบายสนับสนุนคริปโทของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศผลักดันให้สหรัฐเป็นศูนย์กลางคริปโทของโลก แต่ปัจจุบันราคาบิตคอยน์กลับต่ำกว่าระดับที่เคยทำไว้ในช่วงต้นปี 2568 ราว 40%

 

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการที่นักลงทุนสถาบัน ธนาคารเพื่อการลงทุน และกองทุน ETF เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ส่งผลให้บิตคอยน์สูญเสียคุณสมบัติเด่นในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความเคลื่อนไหวแตกต่างจากตลาดการเงินหลัก

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์กับดัชนีหุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P 500 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่างจากอดีตที่แทบไม่มีความเชื่อมโยงกัน ทำให้บิตคอยน์ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้โดดเด่นเหมือนเดิม

 

การแข่งขันรุนแรงจากเหรียญทางเลือกและ Stablecoin

 

อีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญมาจากการขยายตัวของระบบนิเวศคริปโทที่มีการแข่งขันสูงขึ้น ปัจจุบันนักลงทุนมีทางเลือกมากกว่าเดิม ทั้งเหรียญหลักอย่าง Ethereum, Solana และ BNB รวมถึงกลุ่มเหรียญทางเลือกหรือ Altcoin จำนวนมาก

 

ขณะเดียวกัน Stablecoin ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่อ้างอิงมูลค่ากับสกุลเงินหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยส่วนแบ่งตลาดของบิตคอยน์ลดลงเหลือ 56% จาก 63% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ข้อมูลยังชี้ว่า Stablecoin รายใหญ่อย่าง Tether มีปริมาณการซื้อขายต่อวันสูงกว่าบิตคอยน์และอีเธอร์รวมกัน ขณะที่ USD Coin มีปริมาณซื้อขายใกล้เคียงกับเหรียญคริปโทอันดับรองลงมาหลายสกุลรวมกัน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

 

กระแส AI ดึงเม็ดเงินออกจากคริปโท

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อบิตคอยน์มากที่สุดในปีนี้ คือความร้อนแรงของกระแส AI ที่กลายเป็นธีมการลงทุนหลักของตลาดโลก

 

นับตั้งแต่การเปิดตัว ChatGPT ในช่วงปลายปี 2565 เงินลงทุนจำนวนมหาศาลได้ไหลเข้าสู่บริษัทเทคโนโลยี ผู้ผลิตชิป เซมิคอนดักเตอร์ ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐพุ่งขึ้นถึง 170% ในขณะที่บิตคอยน์กลับปรับตัวลดลงประมาณ 40% สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินลงทุนทั่วโลกอย่างชัดเจน

 

ขณะเดียวกัน กองทุน ETF ที่อ้างอิงบิตคอยน์กำลังเผชิญการไถ่ถอนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีเงินไหลออกสุทธิกว่า 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสัปดาห์เดียว และมียอดไหลออกสะสมกว่า 3,100 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปี

 

ในทางตรงกันข้าม กองทุน ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของสหรัฐสามารถดึงดูดเงินลงทุนใหม่มากกว่า 21,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้เพียงปีเดียว สะท้อนว่านักลงทุนกำลังให้น้ำหนักกับโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรม AI มากกว่าการถือครองคริปโทเคอร์เรนซี

 

นักวิเคราะห์มองว่า หากกระแส AI และการเข้าจดทะเบียนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง บิตคอยน์อาจต้องเผชิญการแข่งขันแย่งชิงเม็ดเงินลงทุนที่รุนแรงขึ้น และอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับมาสร้างความเชื่อมั่นในฐานะสินทรัพย์ดาวเด่นของตลาดการเงินโลกได้อีกครั้ง.

 

ข่าวล่าสุด

สหรัฐเร่งใช้ AI ด้านความมั่นคง ย้ำห้ามสอดแนมผิดกฎหมาย

สหรัฐเร่งใช้ AI ด้านความมั่นคง ย้ำห้ามสอดแนมผิดกฎหมาย