
ทีคิวเอ็มยันไม่ซื้อบริษัทประกันภัย
ทีคิวเอ็ม ไม่สนเทกโอเวอร์บริษัทประกัน ย้ำไม่ถนัด รุกธุรกิจโบรกเกอร์ดึงเบี้ยหมื่นล้าน
ทีคิวเอ็ม ไม่สนเทกโอเวอร์บริษัทประกัน ย้ำไม่ถนัด รุกธุรกิจโบรกเกอร์ดึงเบี้ยหมื่นล้าน
นางนภัสนันท์ พรรณนิภา รองประธานบริหาร สายงานการตลาด บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ เปิดเผยว่า ทางทีคิวเอ็ม ไม่สนใจที่จะซื้อบริษัทประกันภัย เพราะการเป็นเจ้าของบริษัทประกันภัย กับการเป็นเจ้าของบริษัทนายหน้าประกันภัย งานจะมีลักษณะแตกต่างกันมาก ซึ่งทางบริษัท ทีคิวเอ็ม ไม่ถนัดที่จะบริหารบริษัทประกันภัย
“วันนี้เราสามารถทำยอดขายได้มากกว่าบริษัทประกันภัยหลายแห่ง แต่ก็ไม่คิดจะเป็นเจ้าของบริษัทประกันภัย ขอทำงานเป็นนายหน้าประกันภัยให้เติบโตไปเรื่อยๆ ดีกว่า” นางนภัสนันท์ กล่าว
นายอัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ กล่าวว่า ปี 2557 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขาย 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.20% จากปี 2556 แบ่งเป็นเบี้ยประกันรถยนต์ 70% เบี้ยประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ หรือ นันมอเตอร์ 15% และเบี้ยประกันชีวิต 15%
ทั้งนี้ ปี 2557 จะขยายธุรกิจภายใต้ 4 นโยบายใหม่ คือ การออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพิ่มช่องทางการจำหน่ายใหม่แบบเผชิญหน้า การให้บริการรูปแบบใหม่ภายใต้กิจกรรมสร้างความสุขให้ลูกค้าที่มีอยู่กว่า 1 ล้านรายทั่วประเทศ และการทำกิจกรรมเพื่อสังคม
สำหรับปีนี้ วางแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 2 แบบคือ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่ขยายความคุ้มครองเงินชดเชยจากการว่างงาน การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หรือโรค โดยขยายความคุ้มครองการเสียชีวิตจากอาการเจ็บป่วยระยะสุดท้าย 4 อาการโรค เบี้ยประกันเริ่มต้นวันละ 13 บาท ตั้งเป้าหมายไปที่กลุ่มคนวัยทำงานซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 60% ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี จึงถือเป็นจุดขายของกรมธรรม์นี้
นอกจากนี้ จะออกประกันภัยรถยนต์ ที่จะคุ้มครองเงินชดเชยกรณีไม่สามารถนำรถไปใช้ประกอบอาชีพได้ตามปกติเนื่องจากอุบัติเหตุ คุ้มครองความเสียหายของสิ่งของที่บรรทุกขณะเกิดอุบัติเหตุ โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถกระบะเพื่อใช้ประกอบอาชีพ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน เมื่อรถคู่ใจไม่สามารถใช้ทำมาหากินได้ เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 1,800 บาท
สำหรับการเพิ่มช่องทางการขายใหม่ จะเปิดบริการและการขายตัวต่อตัว ที่ให้พนักงานของบริษัทพบลูกค้าโดยตรง โดยปรับศูนย์บริการให้เป็นสาขาเต็มรูปแบบเพื่อให้บริการหลังการขายกับลูกค้าได้ใกล้ชิดมากขึ้น และเติมเต็มในสิ่งที่การขายผ่านโทรศัพท์เข้าไปไม่ถึงโดยจะเป็นการใช้ประโยชน์จากที่บริษัทได้สร้างบริการหรือความสัมพันธ์ผ่าน TQM Family Club รวมถึงศูนย์ประสานงานที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มยอดขายหรือโอกาสขายมากขึ้น







