
มายเพ็ตชิกเก้นกลยุทธ์จับลูกค้าให้อยู่หมัด
เมื่อ เดเรก ซาซากิ และ ทราซิ ตอเรส เริ่มเลี้ยงไก่ในสวนหลังบ้านเป็นงานอดิเรกเมื่อ 10 ปีแล้ว
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
เมื่อ เดเรก ซาซากิ และ ทราซิ ตอเรส เริ่มเลี้ยงไก่ในสวนหลังบ้านเป็นงานอดิเรกเมื่อ 10 ปีแล้ว ทั้งคู่แทบไม่เคยคิดเลยว่างานอดิเรกดังกล่าวนั้น จะกลายมาเป็นธุรกิจขายอุปกรณ์ครบวงจรสำหรับผู้ชื่นชอบการเลี้ยงไก่ได้
มายเพ็ตชิกเก้นดอทคอม เป็นเว็บไซต์ขายอุปกรณ์เลี้ยงไก่ของสองหนุ่มสาวรายนี้ ทั้งคู่เริ่มก่อตั้งเว็บไซต์ดังกล่าวในปี 2006 จากความคิดที่ว่า อยากช่วยผู้เลี้ยงไก่รายอื่นในการหาซื้อสิ่งของที่ซาซากิและตอเรสไม่สามารถหาซื้อผ่านเว็บไซต์ได้ อย่างไรก็ดีแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ตั้งใจทำธุรกิจอย่างจริงจังในตอนแรกก็ตาม แต่ปรากฏว่าเว็บไซต์ขายอุปกรณ์ครบวงจรแห่งนี้ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว และทำรายได้ถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีที่ผ่านมา (ราว 64 ล้านบาท)
“เราหวังว่าจะมีเว็บไซต์อย่างมายเพ็ตชิกเก้นดอทคอม ก่อนที่พวกเราอยากให้มี ก่อนที่พวกเราจะเริ่มเลี้ยงไก่” ซาซากิ กล่าวพร้อมเสริมว่า นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้งคู่สร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเอง
ทุกวันนี้เว็บไซต์ของสองหนุ่มสาวคู่นี้ไม่ได้เพียงแต่จัดหาอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงไก่ชนิดที่เลี้ยงว่าครบวงจรให้แก่ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการขายพันธุ์ไก่ด้วย โดยมีตั้งแต่ลูกเจี๊ยบที่เพิ่งฟักออกจากไข่ไปจนถึงไก่วัยรุ่นหนุ่มสาว นอกจากนี้ยังมีหนังสือทางเว็บไซต์จำหน่ายอุปกรณ์เลือกสายพันธุ์ไก่ ฐานข้อมูลสำหรับการเสาะหาฟาร์มเพาะพันธุ์ไก่
เจ้าของธุรกิจแห่งนี้ยังเผยถึงเคล็ดลับความสำเร็จว่า ในช่วงแรกทั้งคู่ใช้กลยุทธ์ให้ลูกค้าลองให้ของฟรีดูก่อน เพื่อสร้างความดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาชมเว็บไซต์มากขึ้น
นอกจากนี้ยังเปิดเว็บบอร์ดสำหรับให้ผู้นิยมเลี้ยงไก่ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นในการเลี้ยงไก่ด้วย ทำให้เว็บไซต์มายเพ็ตชิกเก้นดอท คอม กลายเป็นเว็บไซต์ศูนย์รวมของผู้รักการเลี้ยงไก่ ซึ่งส่งผลให้มีผู้แวะเวียนเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าของเว็บไซต์เยอะขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงไก่แต่ไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหน ซาซากิและตอเรสได้ทำคู่มือออนไลน์และจัดทำระบบคำถามที่มักพบบ่อย (คิว แอน เอ) นอกจากนี้ผู้เข้าชมยังสามารถส่งข้อความเพื่อสอบถามข้อมูลจากทั้งสองได้โดยตรง
จวบจนทุกวันนี้ยังไม่มีผู้ที่สามารถทำธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์อย่างครบวงจรได้เท่ากับ มายเพ็ตชิกเก้นดอทคอม สักราย
“เราพยายามจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมที่สุด” ซาซากิ กล่าว
นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จที่ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของการดำเนินธุรกิจเลยกว่าได้ คือ การจ้างพนักงานที่มีความสนใจในการเลี้ยงไก่อยู่แล้ว เพื่อสามารถให้คำแนะนำแก่ลูกค้าได้
แม้เจ้าของธุรกิจรายนี้จะพาธุรกิจมาสู่ขั้นที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ดีสิ่งที่หลีกหนีไม่พ้นในโลกแห่งธุรกิจ คือ การต้องต่อสู่กับคู่แข่ง มีบริษัทหลายแห่งที่ดำเนินธุรกิจในแนวทางเดียวกับซาซากิและตอเรส ซึ่งทั้งคู่ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันจากธุรกิจรายใหญ่อย่างวอลมาร์ทด้วย
อย่างไรก็ดี ธุรกิจคู่แข่งเหล่านั้นยังดำเนินธุรกิจตามแบบดั้งเดิม แบบที่เน้นการขายให้ได้ทีละมากๆ เพื่อกำไร ทว่าเจ้าของธุรกิจรายนี้กลับเลือกที่จะใส่ใจกับพันธุ์ไก่ และการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้ามากกว่า
“เราไม่ได้อยากเป็นเหมือนธุรกิจใหญ่ๆ ที่เน้นแต่การเจริญเติบโตของบริษัท แต่ธุรกิจที่เราทำจะโตอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วคุณจะรักในสิ่งที่เราทำ” เจ้าของธุรกิจทิ้งท้ายไว้







