
ขจัดมาตราการกีดกันเปิดทางการค้าคล่องตัว
มาตรการกีดกันทางการค้า เป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับการค้าภายในอาเซียน
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
มาตรการกีดกันทางการค้า เป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับการค้าภายในอาเซียน เพราะหากแต่ละประเทศยังมุ่งมั่นตั้งกำแพงเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ อาเซียนจะไม่สามารถสร้างการค้าเสรีอย่างแท้จริงได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า มาตรการการกีดกันทางการค้าส่งผลกระทบอย่างมากต่อการค้าภายในอาเซียน โดยเฉพาะมาตรการที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการค้าและแรงงาน ซึ่งจะมีผลต่อการเข้าตลาด และไทยค่อนข้างให้ความสำคัญอย่างมาก ส่วนการกีดกันทางด้านเทคนิค เช่น ระบบขั้นตอนการนำเข้าสินค้าของบางประเทศมีขั้นซับซ้อน ไม่เอื้อต่อการค้า
ฝั่งไทยนั้นพยายามผลักดันให้แก้ปัญหาการกีดกันทางการค้าภายในภูมิภาค และพร้อมจะแก้ปัญหาในสิ่งที่ประเทศคู่ค้าร้องเรียน ขณะเดียวกันจะทำตามข้อตกลงขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ที่ต้องการส่งเสริมการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยวางแผนการลดขั้นตอนต่างๆ ให้รวมเป็นจุดเดียว
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการตั้งศูนย์รับเรื่องข้อมูลการกีดกันทางการค้า (Trade Solution Center) จากภาคเอกชน โดยศูนย์ดังกล่าวจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้
สำหรับการแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้าของอาเซียน มีการจัดทำข้อร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากการใช้มาตรการทางการค้าของประเทศสมาชิก เพื่อแจ้งปัญหาและหารือแนวทางแก้ปัญหา โดยประเทศสมาชิกจะแจ้งร้องเรียน และประเทศที่เป็นผู้ใช้มาตรการจะต้องแก้ปัญหาอุปสรรคดังกล่าว
ในปี 2555 มีข้อร้องเรียนทั้งสิ้นกว่า 100 เรื่อง ปัจจุบันคงเหลือข้อร้องเรียนที่จะต้องดำเนินการ 65 เรื่อง เป็นข้อร้องเรียนที่ได้รับการแก้ไขแล้ว 28 เรื่อง และอยู่ระหว่างการดำเนินการ 37 เรื่อง
ขณะเดียวกัน อาเซียนยังมีการจัดทำกรณีศึกษา เพื่อหาแนวทางจัดการและยกเลิกมาตรการการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (เอ็นบีที) โดยอาเซียนเสนอมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีจำนวน 6 เรื่อง เป็นกรณีศึกษา โดยจะแก้ไขหรือยกเลิกมาตรการดังกล่าวภายในไตรมาส 4 ปี 2557
มาตรการทั้ง 6 เรื่อง ได้แก่ 1.มาตรการขึ้นทะเบียนยาและเวชภัณฑ์ และการต่ออายุทะเบียนสินค้าของกัมพูชา ซึ่งอินโดนีเซียร้องเรียนว่ามีความล่าช้าและการขอขึ้นทะเบียนใช้ระยะเวลานานกว่า 12 ปี 2.มาตรการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและใบรับรองคุณภาพเครื่องสำอางและแก้วของอินโดนีเซีย ซึ่งมาเลเซียร้องเรียนว่าอินโดนีเซียไม่ยอมรับผลการตรวจของมาเลเซีย และกำหนดให้ตรวจซ้ำ
3.มาตรการตรวจรับรองสุขอนามัยพืชของมาเลเซีย ซึ่งอินโดนีเซียร้องเรียนว่ามาเลเซียกำหนดให้สินค้าเกษตรจะต้องผ่านการรมควันด้วยสารเมทิลโบรไมด์ ก่อนออกใบรับรองสุขอนามัยพืช 4.มาตรการสินค้าตู้เย็นของของฟิลิปปินส์ ซึ่งอินโดนีเซียร้องเรียนว่ากำหนดมาตรฐานสูงเกินกว่าความจำเป็น
5.มาตรการขออนุญาตการนำเข้าสินค้าชิ้นส่วนเครื่องแต่งกายที่ยังไม่สำเร็จรูปของไทย ซึ่งสมาพันธ์สิ่งทออาเซียนแจ้งว่าเป็นภาระแก่ภาคเอกชน 6.มาตรการขออนุญาตนำเข้าสินค้าอาหารของเวียดนาม ซึ่งมาเลเซียและสิงคโปร์ร้องเรียนว่าข้อกำหนดเรื่องเอกสารประกอบการขออนุญาตนำเข้ามากเกินความจำเป็น
สำหรับสถานะล่าสุดเมื่อเดือน มี.ค. 2557 อาเซียนได้ขจัดปัญหาอุปสรรคทางการค้าเอ็นบีทีดังกล่าวได้แล้ว 3 เรื่อง ได้แก่ มาตรการตรวจรับรองสุขอนามัยพืชของมาเลเซีย มาตรการขึ้นทะเบียนยาและเวชภัณฑ์ และการต่ออายุทะเบียนสินค้าดังกล่าวของกัมพูชา และมาตรการสินค้าตู้เย็นของของฟิลิปปินส์
นอกจากนี้ อาเซียนกำลังจัดตั้งคลังข้อมูลทางการค้าของอาเซียน (ASEAN Trade Repository) ภายในปี 2558 เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลด้านมาตรการภาษี มาตรการที่มิใช่ภาษี และมาตรการทางการค้าอื่นๆ ทั้งหมดของประเทศสมาชิก ซึ่งจะเป็นวิธีหนึ่งที่ขจัดการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าในกลุ่มอาเซียน







