
พาณิชย์ผุดทีมดันส่งออก
บุกสร้างตลาดใหม่เน้นอาเซียนรายประเทศอัดกิจกรรมปั๊มยอดขาย10สินค้าหลัก
บุกสร้างตลาดใหม่เน้นอาเซียนรายประเทศอัดกิจกรรมปั๊มยอดขาย10สินค้าหลัก
“พาณิชย์” ตั้งคณะทำงานดันส่งออกบุกตลาดใหม่ เน้นกลุ่มอาเซียน หวังกระตุ้นยอดส่งออก
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้จัดตั้งคณะทำงานผลักดันการส่งออกสู่ตลาดใหม่ โดยเน้นตลาดอาเซียน จีน ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา รัสเซียและซีไอเอส และแอฟริกา โดยใช้ทูตพาณิชย์ที่เคยทำงานและมีประสบการณ์ รวมทั้งเชิญภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละตลาดร่วมเป็นคณะทำงาน
ทั้งนี้ คณะทำงานชุดดังกล่าวจะช่วยวางแผนในการบุกเจาะตลาดใหม่เป็นรายประเทศ จากเดิมที่มีแผนเป็นรายภูมิภาค เพราะต้องการผลักดันการส่งออกของไทยให้เข้าถึงรายประเทศให้ได้มากที่สุด โดยจะดูว่าในตลาดใหม่มีสินค้าอะไรที่มีโอกาส มีศักยภาพในการเพิ่มยอดส่งออก จะดูสินค้าส่งออก 10 อันดับแรกของไทยเป็นหลัก เช่น รถยนต์ อาหาร เป็นต้น และเพิ่มกิจกรรมเพื่อผลักดันยอดส่งออกให้สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม เห็นว่ากิจกรรมเร่งด่วนที่จะดำเนินการได้ทันที และได้ผลในการเพิ่มยอดการส่งออกได้เพิ่มขึ้น คือ การจัดโครงการจับคู่ธุรกิจรวมทั้งการจัดคณะไปยังตลาดใหม่ หรือเชิญให้ผู้ซื้อมาไทย
นางนันทวัลย์ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดใหม่ที่กรมจะให้ความสำคัญมากขึ้นคือ ตลาดอาเซียน ทั้งอาเซียนเดิมและอาเซียนใหม่กลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม) เพราะมีการขยายตัวต่อเนื่อง โดยกรมจะจัดกิจกรรมเพื่อผลักดันการส่งออกในตลาดนี้ให้เข้มข้นขึ้น ทั้งการจัดงานไทยแลนด์ วีค เพื่อโปรโมทสินค้าไทย การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า และการจัดคณะผู้แทนการค้านำผู้ประกอบการสินค้าในกลุ่มต่างๆ ไปเจรจาขายสินค้า รวมไปถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในห้างสรรพสินค้า
ขณะเดียวกัน กำลังพิจารณาเปิดสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในจีนเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวทางการค้า การลงทุนและสร้างโอกาสทางการค้าให้กับไทย เพราะจีนเป็นตลาดที่ใหญ่มาก แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงไปบ้าง แต่ก็ยังขยายตัวในระดับ 7% โอกาสจึงยังมีสูง
ด้านตลาดตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา รัสเซียและกลุ่มประเทศที่แยกออกจากสหภาพโซเวียต (ซีไอเอส) และแอฟริกา ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศเหล่านี้ยังมีแนวโน้มขยายตัวตามเศรษฐกิจโลก ซึ่งยังมีโอกาสสำหรับการผลักดันการส่งออกสินค้าไทย โดยจะเพิ่มกิจกรรมเป็นพิเศษ และหาทางผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยทำกับชิลีและเปรู
นอกจากนี้ กรมยังมีแผนจะสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทย เพราะปัจจุบันหลายๆ ประเทศเป็นตลาดใหม่ของไทย ไม่รู้ว่าไทยผลิตสินค้าอะไรบ้าง ผลิตได้ในระดับไหนทั้งๆ ที่ไทยมีความสามารถในการผลิตสินค้าหลายๆ รายการในระดับโลก ซึ่งจะทำแผนโปรโมทให้ลูกค้ารู้จักไทยมากขึ้น เพื่อให้ส่งผลต่อการซื้อสินค้าไทยเพิ่มขึ้นในตลาดดังกล่าว







