
ศิลปะไล่คนใกล้ชิดออก
คงไม่มีอะไรยากไปกว่าการทำธุรกิจกับคนในครอบครัว เพราะหากธุรกิจไม่เป็นไปตามแผนอันเกิดจากความผิดพลาดและพฤติกรรมของคนใกล้ชิดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งแล้วละก็ นั่นอาจหมายถึงการบั่นทอนอนาคตของธุรกิจเป็นได้ แต่การจะไล่สมาชิกในครอบครัวที่สร้างปัญหาออกนั้น อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คงไม่มีอะไรยากไปกว่าการทำธุรกิจกับคนในครอบครัว เพราะหากธุรกิจไม่เป็นไปตามแผนอันเกิดจากความผิดพลาดและพฤติกรรมของคนใกล้ชิดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งแล้วละก็ นั่นอาจหมายถึงการบั่นทอนอนาคตของธุรกิจเป็นได้ แต่การจะไล่สมาชิกในครอบครัวที่สร้างปัญหาออกนั้น อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เว็บไซต์ฟ็อกซ์ บิซิเนส จึงเสนอ 4 กลยุทธ์การไล่คนใกล้ชิดออกอย่างมีชั้นเชิง เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อทั้งธุรกิจและความสัมพันธ์ ดังนี้
ให้เวลาปรับปรุงตัว ควรพยายามให้ความช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัวในการปรับปรุงพฤติกรรมหรือวิธีการทำงานเสียก่อน แต่หากพิจารณาแล้วว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหาไม่สามารถประนีประนอมหรือแก้ไขได้ ก็ควรตัดปัญหาทันที เพราะยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไร อาจยิ่งฉุดรั้งให้สถานการณ์แย่ลง
สอบถามความเห็นของสมาชิกคนอื่นๆ ควรสอบถามความเห็นของสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ว่า เห็นพ้องกับการตัดสินใจไล่ออกพนักงานซึ่งเป็นคนในครอบครัวที่เป็นปัญหาหรือไม่ เพราะหากไม่มีคนสนับสนุน ความพยายามนั้นอาจไม่เป็นผล
พูดคุยส่วนตัวและให้เหตุผล ควรเรียกสมาชิกในครอบครัวที่เป็นปัญหามาพูดคุยในห้องเป็นการส่วนตัว เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เป็นมิตร และต้องไม่ลืมชี้แจ้งให้สมาชิกคนนั้นๆ เข้าใจว่า ยังคงมีความสำคัญต่อครอบครัว และปัญหาทางธุรกิจเหล่านี้ไม่ได้บั่นทอนความรักและความห่วงใยของกันและกัน
แครอล วาร์ด จิตแพทย์ในสหรัฐ แนะว่า นอกจากการพูดคุยเป็นการส่วนตัวแล้ว ผู้ประกอบการอาจชี้แจงเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมเพื่อแสดงให้เห็นว่า การตัดสินใจนี้เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจไม่ได้มีขึ้นตามอารมณ์ และควรรับฟังความเห็นและเหตุผลที่สมาชิกคนดังกล่าวจะชี้แจ้งอย่างจริงใจอีกด้วย
จ่ายค่าตอบแทนอย่างจริงใจ ควรแสดงความมีน้ำใจต่อสมาชิกในครอบครัวนั้นๆ เท่าที่ทำได้ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกัน เช่น การเสนอเงินจำนวนหนึ่งให้เพื่อใช้เป็นทุนในการหางานใหม่ หรือหากสมาชิกคนนั้นๆ วางแผนเปิดธุรกิจใหม่ ก็อาจพิจารณาให้เงินทุนตั้งต้นส่วนหนึ่งก็ไม่เสียหาย
อย่างไรก็ตาม สำหรับครอบครัวที่ญาติเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น สถานการณ์อาจซับซ้อนมากขึ้น เพราะหากบริษัทไม่มีนโยบายการซื้อหุ้นคืน ก็ไม่สามารถยึดคืนส่วนแบ่งทางธุรกิจนั้นๆ ได้ เช่นเดียวกับธุรกิจที่สมาชิกในครอบครัวคนนั้นๆ มีสิทธิออกเสียง เนื่องจากต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกในบอร์ด
กระนั้นก็ตาม หากสมาชิกที่เป็นปัญหาไม่มีสิทธิออกเสียง ผู้ประกอบการอาจใช้วิธีการยุติการจ่ายเงินปันผลด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางกดดันให้สมาชิกคนนั้นไม่มีเงินจ่ายภาษีจากรายได้ที่ได้รับ
ทว่า ผู้เชี่ยชาญเตือนว่า แนวทางดังกล่าวควรเก็บไว้ใช้เป็นทางออกสุดท้าย เพราะการยุติการจ่ายเงินปันผล จะกระทบต่อผู้ถือหุ้นทุกคนไม่เพียงแต่สมาชิกในครอบครัวที่เป็นปัญหา และอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ถึงขั้นบาดหมางกันเลยก็เป็นได้







