posttoday
ออสซี่ซื้อกิจการเอ็นโซโก้

ออสซี่ซื้อกิจการเอ็นโซโก้

08 เมษายน 2557

ปรับโครงสร้างธุรกิจออนไลน์ใหม่รุกหนักในไทยเร่งหาพันธมิตรรายย่อย

ปรับโครงสร้างธุรกิจออนไลน์ใหม่รุกหนักในไทยเร่งหาพันธมิตรรายย่อย

เอ็นโซโก้ ปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้ทุนใหม่ “ไอบาย” พร้อมมุ่งขยายพันธมิตรธุรกิจรายใหญ่เอสเอ็มอี

นายวรวุฒิ วาริการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นโซโก้ ผู้ให้บริการธุรกิจเว็บไซต์ดีลซื้อขายสินค้าบริการ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างบริหารใหม่ โดยตัวเองได้ขึ้นรับตำแหน่งดังกล่าวล่าสุด หลังจากเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มไอบาย (iBuy) จากประเทศออสเตรเลีย เข้าซื้อกิจการของลีฟวิ่งโซเชียล (Livingsocial) ใน 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมควบรวมธุรกิจใหม่ใน 4 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รวมทั้งเอเชียในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

สำหรับในประเทศไทย คือ บริษัท เอ็นโซโก้ ธุรกิจเว็บไซต์ดีลออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ซึ่งการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ของไอบายจะทำให้เป็นกลุ่มธุรกิจออนไลน์ที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชีย

อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 ที่ผ่านมาธุรกิจมียอดขายมากกว่า 130 ล้านเหรียญออสเตรเลีย และมียอดสั่งซื้อมากถึง 3.7 ล้านเหรียญออสเตรเลีย จากจำนวนสมาชิกที่ลงทะเบียนราว 7.7 ล้านราย และมียอดผู้เข้ามาชมประมาณ 6.4 ล้านราย

ด้านแนวทางการบริหารบริษัทในไทยนับจากนี้ จะมุ่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีแผนขยายพนักงานใหม่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 50 อัตรา เพื่อขับเคลื่อนอัตราการเติบโตของบริษัทให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยวางเป้าหมายให้ธุรกิจเว็บไซต์เอ็นโซโก้ขึ้นสู่อันดับที่ 1 ในภูมิภาคเอเชีย จากปัจจุบันถือเป็นอันดับ 1 แล้วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากธุรกิจดำเนินกิจการมาราว 4 ปี

ทั้งนี้ บริษัทจะมุ่งให้ความสำคัญในการขยายพันธมิตรธุรกิจในกลุ่มต่างๆ ทั้งด้านสถาบันการเงิน กลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม เป็นต้น รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจสินค้าบริการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี ในการนำการตลาดออนไลน์เข้ามามีบทบาทในการขยายธุรกิจหรือกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจดีลซื้อขายบริการการท่องเที่ยว ที่ครอบคลุมทั้งธุรกิจโรงแรม สายการบิน รถทัวร์ รถไฟ รวมถึงบริการรถเช่าประเภทต่างๆ

ขณะที่ปัจจุบันเว็บไซต์เอ็นโซโก้ให้บริการดีลซื้อขายสินค้าบริการ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มสินค้าทั่วไป (เดลิดีล) อาทิ ร้านอาหาร ความงาม บันเทิง บริการต่างๆ มีสัดส่วนราว 60% 2.กลุ่มสินค้าปลีก (รีเทล) สัดส่วน 20% และสุดท้าย 3.กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว อุปกรณ์การเดินทางต่างๆ ราว 20% ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาพบว่าธุรกิจกลุ่มหลังมีอัตราเติบโตสูงถึง 30% และปีนี้จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวเป็น 30%

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน