
"ทวีวงษ์"สู้ศึกอาหารแปรรูป
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยมีสัดส่วนพึ่งพารายได้จากการส่งออกสูงถึง 70%
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยมีสัดส่วนพึ่งพารายได้จากการส่งออกสูงถึง 70% ส่งผลให้ตลาดและสภาพเศรษฐกิจของประเทศตะวันตกมีอิทธิพลมากในหลายอุตสาหกรรม แต่เมื่อมีการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ก็เหมือนมี “เสียงระฆัง” บอกเวลาให้ผู้ประกอบการหันมามองการพึ่งพาตลาดและเศรษฐกิจเพื่อนบ้าน ซึ่งจะรวมกับไทยเป็นตลาดเดียว ลดการพึ่งพาชาติตะวันตก
ณัฐภน ชูขจร ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท อุตสาหกรรมทวีวงษ์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูป เล่าว่า ทวีวงษ์ทำธุรกิจมาเกือบ 30 ปี มีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกใน 42 ประเทศทั่วโลกรวม 60% และรายได้จากการขายในประเทศ 40%
สำหรับประเทศที่ส่งออกไปนั้น มีหลากหลายทั้งในประเทศแถบตะวันตก เช่น สหรัฐ แคนาดา อังกฤษ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ แถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ลงมาถึงอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมทั้งเอเชีย ทำรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท จาก 2,000 ล้านบาท
แต่เมื่อมีกระแสการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ทวีวงษ์สนใจมองหาโอกาสเติบโตในแถบประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีแนวโน้มกำลังซื้อมากขึ้น
“ตอนนี้เรายังไม่ได้มองถึงขั้นตั้งโรงงาน แต่ด้วยศักยภาพของตลาด ทำให้เราคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเข้าไปตั้งตัวแทนจำหน่าย เจาะพื้นที่ประเทศเหล่านี้ให้มากขึ้น”
ณัฐภน บอกว่า ที่ผ่านมาโมเดลการเข้าไปเจาะตลาดประเทศต่างๆ ในอาเซียนใช้วิธีตั้งตัวแทนจำหน่ายเช่นเดียวกัน โดยอาจตั้งตัวแทนหลายรายหรือรายเดียว ขึ้นกับความเหมาะสมของตลาดและขนาดพื้นที่ประเทศ การมีตัวแทนจำหน่ายจะเป็นเหมือนมีผู้ช่วยที่เข้าใจสภาพพื้นที่และตลาดของแต่ละเทศ
อย่างไรก็ดี การทำตลาดในอาเซียนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะภาพรวมตลาดอาหารทะเลแปรรูปขณะนี้มีคู่แข่งค่อนข้างมาก ภาพรวมของบริษัทเองที่เคยเติบโตปีละ 2530% ก็ยังมีอัตราเติบโตลดลงไปมาก
สำหรับคู่แข่งที่น่ากลัวมากที่สุดในใจของณัฐภนขณะนี้ คือ เวียดนาม เนื่องจากเริ่มหันมาทำตลาดมากขึ้น ประกอบเป็นแหล่งวัตถุดิบที่ดี มีค่าจ้างแรงงานค่อนข้างถูก ทำให้การแข่งขันด้านราคาทำได้ลำบาก และจำเป็นต้องมีลู่ทางอื่นเพื่อรับมือกับเหล่าคู่แข่ง
“ต้นทุนวัตถุดิบที่สำคัญของเรา คือ เนื้อปลา แต่เราไม่ได้ใช้ปลาจากในประเทศ ใช้จากโซนอเมริกา การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบจึงทำได้ยาก ต้องขึ้นอยู่กับฤดูกาลว่าช่วงนั้นวัตถุดิบจะหายากหรือง่าย”
ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ทวีวงษ์จะใช้ 2 กลยุทธ์ดำเนินไปพร้อมกัน ได้แก่ 1.เน้นทำผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย แปลกใหม่ เช่น ลูกชิ้นลายแองกี้เบิร์ด ลูกชิ้นลายโดราเอมอน เพื่อไม่ให้สินค้าอาหารทะเลแปรรูปของบริษัทเป็นเพียงสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดทั่วๆ ไป และทำให้ราคาที่ขายอยู่สามารถแข่งขันได้ ที่ผ่านมาลูกชิ้นและปูอัดลายการ์ตูนก็ได้รับความนิยมอย่างมากในสิงคโปร์และมาเลเซีย
2.เพิ่มผลิตภาพแรงงานพร้อมหาช่องทางลดต้นทุน ปัจจุบันทวีวงษ์มีแรงงานอยู่กว่า 1,800 คน ทำให้ต้นทุนแรงงานค่อนข้างมีผลต่อการดำเนินธุรกิจ จึงพยายามเข้าร่วมโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลดต้นทุนของภาครัฐ เพื่อหาช่องทางสร้างสรรค์นวัตกรรม เพิ่มผลิตภาพแรงงาน และลดต้นทุนการผลิตลงอย่างต่อเนื่อง เช่น การแก้ปัญหาสินค้าคงคลังค้างสต๊อก
หลังจากขยายตลาดเข้าไปในกลุ่มซีแอลเอ็มวี พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับตลาดเอเชียมากขึ้นในปีนี้แล้ว ทวีวงษ์ตั้งเป้าจะมีรายได้รวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% หรือขยับขึ้นมาที่ 2,500 ล้านบาท พร้อมทั้งเร่งกำลังการผลิตเพิ่มจากเดิมอยู่ที่ 1.8 หมื่นตันต่อปี เป็น 2 หมื่นตันต่อปี อย่างไรก็ดี ยังไม่จำเป็นต้องลงทุนโรงงานใหม่ เนื่องจากโรงงานมีความสามารถในการรองรับการผลิตเพิ่มเพียงพออยู่แล้ว







