
ธนชาตจับมือเอ็มบีเคซื้อประกันชีวิตนครหลวงไทย
ทุนธนชาต ร่วมเอ็มบีเค ซื้อประกันชีวิตนครหลวงไทย 900 ล้าน พร้อมจ่ายปันผลหุ้นละ 1 บาท
ทุนธนชาต ร่วมเอ็มบีเค ซื้อประกันชีวิตนครหลวงไทย 900 ล้าน พร้อมจ่ายปันผลหุ้นละ 1 บาท
นายบันเทิง ตันติวิท ประธานกรรมการ บริษัท ทุนธนชาต เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2557 มีมติอนุมัติให้ทุนธนชาตร่วมกับบริษัท เอ็ม บี เคซึ่งหุ้นทั้งหมดของบริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทย มูลค่ารวม 900 ล้านบาท โดยทุนธนชาตจะถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51% และเอ็มบีเคถือหุ้นไม่น้อยกว่า 49%
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีกลุ่มนักลงทุนเสนอซื้อหุ้นบริษัทประกันชีวิตนครหลวงไทยในราคา 850 ล้านบาท แต่บริษัทเห็นว่าเงื่อนไขและราคายังไม่สามารถตกลงกันได้ และเห็นว่าบริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทยยังมีศักยภาพและมีโอกาสต่อยอดทางธุรกิจจึงตัดสินใจซื้อหุ้นดังกล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังมีมติจ่ายเงินปันผลอัตราหุ้นละ 1 บาท จำนวนเงินอนุมัติจ่าย 1,206 ล้านบาท และเมื่อรวมการจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท รวมเป็นเงินปันผลอนุมัติจ่ายของปี 2556 อัตราหุ้นละ 1.60 บาท รวมเป็นเงิน 1,930 บาท
ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมผู้ถือหุ้นมีความเป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจซบเซาจะกระทบผลประกอบการของธนาคารธนชาต และห่วงปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) รวมถึงการเข้าไปซื้อหุ้นบริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทยแต่ติดเงื่อนไขไม่สามารถขายประกันชีวิตผ่านธนาคารธนชาตได้ เนื่องจากติดสัญญากับบริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต
นายบันเทิง กล่าวว่า ได้สั่งให้ธนาคารธนชาตจัดทำการประเมินความสามารถลูกค้าที่จะรองรับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ทางการเมือง ได้มากน้อยแค่ไหน โดยเบื้องต้นลูกค้ายังไม่มีปัญหามากนัก แต่หากปัญหายังยืดเยื้อก็อาจจะกระทบลูกค้าบ้าง โดยเฉพาะลูกค้าเอสเอ็มอี ซึ่งก็ได้มีการติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดรวมทั้งการพิจารณาสินเชื่อก็มีความเข้มงวด และมีหลักทรัพย์ค้ำประกันสำหรับสถานการณ์การเมืองยังไม่ดีขึ้นก็ย่อมส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ส่วนในไตรมาสแรกผลประกอบการของธนาคารธนชาตยังคงทรงตัว
นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีหนี้ด้อยคุณภาพประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 4.23% ซึ่งได้มีการตั้งสำรองหนี้ครบถ้วนแล้ว และมีนโยบายและกระบวนการบริหารการติดตามหนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงปัญหาหนี้เสียของบริษัทสหฟาร์ม และโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ก็มีการตั้งสำรองหนี้แล้วเช่นกันและขณะนี้สหฟาร์มอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งคาดว่าถ้าสหฟาร์มฟื้นฟูกิจการได้ ก็สามารถนำรายได้มาชำระหนี้คืนธนาคารได้







