posttoday
ธุรกิจเด่น-ดับในปี 2557 ตอนที่ 9

ธุรกิจเด่น-ดับในปี 2557 ตอนที่ 9

03 เมษายน 2557

หลังจากการทำ WINDOW DRESSING เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำมาจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว สำหรับทุกๆ สิ้นไตรมาส โดยเฉพาะสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 2 และไตรมาส 4 ซึ่งจะมีผลต่อผู้ประกอบการและ NAV ของหน่วยลงทุนต่างๆ ทำให้ดูดีขึ้น ไตรมาส 2 นี้เราคงจะเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งล้วนแต่เป็นข่าวร้ายที่รออยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ

หลังจากการทำ WINDOW DRESSING เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำมาจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว สำหรับทุกๆ สิ้นไตรมาส โดยเฉพาะสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 2 และไตรมาส 4 ซึ่งจะมีผลต่อผู้ประกอบการและ NAV ของหน่วยลงทุนต่างๆ ทำให้ดูดีขึ้น ไตรมาส 2 นี้เราคงจะเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งล้วนแต่เป็นข่าวร้ายที่รออยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ

ล่าสุดทั้ง บล.ภัทร และศูนย์วิจัยกสิกรไทย หั่นเป้าหมาย GDP ลงเหลือต่ำกว่า 2% ไปแล้ว คาดว่าจะเห็นอีกหลายหน่วยงานปรับเป้าหมาย GDP ปีนี้ลงกันอีก ซึ่งนั่นก็จะมีผลให้นักวิเคราะห์ต้องปรับประมาณการผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนลงอีกเป็นลูกโซ่ กลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในขณะนี้ก็คือ DOMESTIC CONSUMPTION จากการที่เศรษฐกิจโตลดลงมาก ผู้คนเริ่มไม่มีความมั่นใจ นักธุรกิจไม่ขยับขยายกิจการ ผู้บริโภคก็ไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย

เมื่อดูตัวเลขดัชนีความมั่นใจทั้งด้านผู้ผลิตและผู้บริโภค จะเห็นได้ชัดเจนถึงแม้จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไป 0.25% ก็ตาม แต่ธนาคารพาณิชย์ขานรับ โดยการลดดอกเบี้ยเพียงประมาณ 0.13% เท่านั้น แทบจะไม่มีผลต่อเศรษฐกิจเลย เป็นการเสียกระสุนฟรี กลุ่มลูกหนี้ที่กู้หนี้ยืมสินโดยใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว ก็จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงไปนิดหนึ่ง

ผู้ฝากเงินก็ได้รับดอกเบี้ยน้อยลงหน่อย ไตรมาส 2 ที่ผ่านมาหลายฝ่ายก็คาดการณ์กันว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) น่าจะติดลบ ซึ่งผมก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 1 โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารจะประกาศกันกลางเดือน เม.ย.

กลุ่มอื่นๆ ที่เหลือก็จะทยอยประกาศกันตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.จนถึงกลางเดือน ซึ่งถ้าผลประกอบการออกมาแย่กว่าที่คาด คงจะมีการปรับประมาณการผลประกอบการปี 2557 บริษัทจดทะเบียนลงอีกรอบหนึ่ง นี่คือสาเหตุที่ทำให้ผมคาดว่าจะเห็นการปรับตัวของดัชนีในไตรมาส 2 ณ ระดับราคาขนาดนี้ ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนราคาต่อกำไร หรือพี/อี เกือบ 14 เท่า ซึ่งนับว่าแพงมากสำหรับอัตราการเติบโตของผลกำไรปีนี้ เรามาติดตามกันดูนะครับว่าดัชนีจะหล่นลงไปต่ำกว่า 1,300 จุด กันไหม

เรามาต่อกันในเรื่องธุรกิจดับในปี 2557 กันครับ

5.กลุ่มรถยนต์ ถึงแม้โครงการรถคันแรกจะจบลงไปแล้วตั้งแต่ปีก่อน แต่พิษร้ายโครงการนี้ยังมีผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ในประเทศปีนี้อยู่บ้าง ถึงแม้จะไม่เท่ากับปีที่แล้ว แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจไทยไม่ค่อยดี ทำให้ผู้คนคิดจะเปลี่ยนรถคันใหม่ หรือผู้ที่จะซื้อรถคันใหม่ชะลอการตัดสินใจซื้อไปก่อน เพราะว่ารถยนต์เป็นสินค้าคงที่มีราคาสูงและเป็นภาระ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่ใช้สินเชื่อ FINANCE

นอกจากภาระค่าดูแลรักษา ค่าประกัน ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ฯลฯ แล้วยังมีดอกเบี้ยจ่ายอีก เรายังเห็นผู้บริการในอุตสาหกรรมนี้ให้สัมภาษณ์ว่า มีการปรับเป้าหมายยอดขายลงหลังจากที่ยอดขายช่วงที่ผ่านมาไม่ดี กลุ่ม TOYOTA จะมีการทบทวนแผนลงทุนในไทย

สถาบัน IHS ได้ประเมินว่ายอดขายรถยนต์ในไทยน่าจะร่วงลงประมาณ 19% มาอยู่ที่ 1.08 ล้านคัน ขณะที่ยอดการผลิตรถยนต์น่าจะลดลงประมาณ 2.20 ล้านคัน โดยยอดขายในประเทศกับการส่งออกสูสีกัน ยังดีที่ทางค่าย HONDA และ MAZDA ยังยืนยันที่จะขยายกำลังการผลิตตามเดิม ช่วยให้ไทยยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดใน ASEAN และเป็นอันดับที่ 9 ของโลกเหมือนเดิม

แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเราคงจะถูกอินโดนีเซียแซงหน้าไป จากฐานประชากรที่มากกว่าเรามากกว่า 3 เท่า และเศรษฐกิจที่กำลังโตวันโตคืน แต่โชคดีที่ยอดส่งออกของกลุ่มนี้ใน 2 เดือนแรกของปีนี้มียอดการเติบโตขึ้นพอสมควร คงช่วยชดเชยยอดขายในประเทศที่ไม่ดีได้บ้าง ผมคาดว่าไตรมาส 4 ของปีนี้เป็นต้นไป

เราคงจะได้เห็นการกลับมาของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ โดยปีหน้ากลุ่มนี้น่าจะกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นถ้าช่วงครึ่งปีหลังราคาหุ้นในกลุ่มนี้ลงมา ก็น่าจะทยอยซื้อสะสมไว้ครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน