posttoday
กลุ่มอินเด็กซ์ปั้นเดอะวอล์คหัวรบใหม่ธุรกิจค้าปลีก

กลุ่มอินเด็กซ์ปั้นเดอะวอล์คหัวรบใหม่ธุรกิจค้าปลีก

03 เมษายน 2557

จากการเพิ่มขึ้นจำนวนมากของพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ คอมมูนิตี้มอลล์ และดิสเคาต์สโตร์ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวนมาก

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

จากการเพิ่มขึ้นจำนวนมากของพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ คอมมูนิตี้มอลล์ และดิสเคาต์สโตร์ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องปรับตัวขยับไปเปิดตัวในต่างจังหวัด เพื่อรับกับกำลังซื้อใหม่ที่ยังมีอยู่

เอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ผู้บริหารเดอะวอล์ค ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า พื้นที่ธุรกิจค้าปลีกในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อปี 2556 สร้างเสร็จแล้วมีกว่า 1.5 แสนตารางเมตร (ตร.ม.) และจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเป็น 7.8 แสน ตร.ม. ในปี 2557 ซึ่งปัจจุบันแม้จะยังมีปัจจัยหนุนด้านกำลังซื้อที่ยังคงสูงอยู่ แต่จากภาวะการแข่งขันก็สูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ผู้ประกอบการหันไปสนใจลงทุนในตลาดภูมิภาคมากขึ้น

ทั้งนี้ ล่าสุดได้เปิดตัวเดอะวอล์คสาขา 3 ที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งถือเป็นสาขาแรกในต่างจังหวัดใช้งบลงทุน 800 ล้านบาท มีพื้นที่รวม 1.8 หมื่น ตร.ม. โดยเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เนื้อที่ 25 ไร่ สัญญาเช่า 30 ปี ตั้งอยู่บริเวณถนนสายเอเชีย

การเลือกลงทุนสาขาใน จ.นครสวรรค์ เนื่องจากมีพื้นที่กว่า 9,597 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองใหญ่ อันดับสามรองจากเชียงใหม่และพิษณุโลกมีประชากรกว่า 1 ล้านคน ปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีอยู่ที่ 7.9 หมื่นบาท ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

ขณะที่คอมมูนิตี้มอลล์และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ยังมีน้อย ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบดิสเคาต์สโตร์ รวมถึงห้างของกลุ่มทุนท้องถิ่น โดยสาขานี้เป็นการลงทุนร่วมกับพาร์ตเนอร์รายสำคัญคือ เทสโก้ โลตัส ที่เซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาว 30 ปี บนพื้นที่ 5,000 ตร.ม. โครงการนี้คาดว่าจะมีลูกค้ามาใช้บริการเฉลี่ยต่อวัน 1 หมื่นคน และจะถึงจุดคุ้มทุนภายในเวลา 7 ปี

เอกลักษณ์ กล่าวว่า หลังจากเปิดเดอะวอร์ค สาขาราชพฤกษ์และเกษตรนวมินทร์ โดยสาขาราชพฤกษ์เปิดให้บริการมากว่า 2 ปี มีลูกค้ามาใช้บริการปีแรกเฉลี่ย 8,000 คน และเพิ่มขึ้นเป็น 9,600 คน ส่วนสาขาเกษตรนวมินทร์ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีก่อน มีลูกค้าใช้บริการ 6,000 คน คาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้นกว่า 20%

สำหรับปีหน้ามีแผนจะเปิดสาขาใหม่แห่งที่ 4 บนเนื้อที่ 10 ไร่ ใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท จากปัจจุบันบริษัทมีที่ดินรองรับการเปิดสาขาใหม่แล้ว 6 แปลง ที่อยู่ในหัวเมืองต่างจังหวัด

ด้านแผนการเปิดสาขาของอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ศูนย์จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งบ้านนั้น ในปีนี้ตั้งเป้าเปิดตัว 45 แห่ง ได้แก่ สาขาเดอะวอล์ค จ.นครสวรรค์ สาขาสแตนด์อะโลน จ.นครราชสีมา ใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท สาขาพัทยา ซึ่งเป็นการย้ายทำเลใหม่ใช้งบลงทุน 600 ล้านบาท และอีก 1 สาขา ในไตรมาส 4 ยังไม่ระบุทำเลใช้งบลงทุน 350 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เดินหน้าโครงการร่วมทุนกับอิออน ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดตัวอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ขนาด 7,000-8,000 ตร.ม. ในศูนย์การค้าประเทศมาเลเซีย ซึ่งใช้งบลงทุน 300 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการในปลายปีนี้ โดยกลุ่มอิออนมีแผนการลงทุนเปิดสาขาเฉพาะห้างจัสโก้ในมาเลเซียไม่ต่ำกว่า 20 แห่ง

จากแผนขยายธุรกิจดังกล่าว คาดว่าในปีนี้บริษัทจะมียอดขายรวม 9,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 7% ซึ่งสัดส่วนรายได้จะมาจากโครงการเดอะวอล์ค 5% การขายเฟอร์นิเจอร์เข้าโครงการ 10% การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ 10% และขายปลีกเฟอร์นิเจอร์ 75% โดยในปีหน้าตั้งเป้าบริษัทเติบโตไว้ 58% หรือมียอดขายแตะ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนส่งออกต่างประเทศเป็น 20% พร้อมวางเป้าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะต้องมียอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

นี่คือการปรับตัวจากการขายเฟอร์นิเจอร์บ้าน ของแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ขยายไลน์มายังธุรกิจศูนย์การค้าให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่อาจผันผวนได้ตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน