posttoday
"ญี่ปุ่น-เอเชียเหนือ" ดาวรุ่งการลงทุน

"ญี่ปุ่น-เอเชียเหนือ" ดาวรุ่งการลงทุน

02 เมษายน 2557

กูรูคาดเม็ดเงินไหลเข้าตลาดญี่ปุ่นและเอเชียเหนือมากปีนี้ หลังได้อานิสงส์เศรษฐกิจโลกเต็มๆ ด้าน ไทย กลายเป็นดาวร่วง หลังการเมืองในประเทศกดดันอีกนาน

กูรูคาดเม็ดเงินไหลเข้าตลาดญี่ปุ่นและเอเชียเหนือมากปีนี้ หลังได้อานิสงส์เศรษฐกิจโลกเต็มๆ ด้าน ไทย กลายเป็นดาวร่วง หลังการเมืองในประเทศกดดันอีกนาน

นายพิชา รัตนธรรม หัวหน้าสายธุรกิจธนบดี ทิสโก้ เวลธ์ เปิดเผยในการเสวนา ถึงเวลาลงทุนต่างประเทศ "เอเชียเหนือ-ญี่ปุ่น" โอกาสที่มาพร้อมพลวัตเศรษฐกิจโลก ว่า ไทย กลายเป็นดาวร่วงแห่งการลงทุนในปีนี้ เพราะตลาดภายในประเทศไม่สามารถตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ทางการเมือง ขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังขยายตัวจากแรงผลักดันของเศรษฐกิจ 3 ประเทศยักษ์ใหญ่ คือ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ทำให้เศรษฐกิจโลกนับจากนี้มีแนวโน้มขยายตัวที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และส่งอานิสงส์ไปยังหลายประเทศ

ทั้งนี้ ดาวรุ่งดวงใหม่แห่งการลงทุนในปีนี้ คือ ญี่ปุ่น และ 4 ประเทศในเอเชียเหนือ ประกอบด้วย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และเกาหลีใต้ โดยญี่ปุ่น เป็นอีกตลาดที่น่าสนใจเนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้ภาคการลงทุนและบริโภคในญี่ปุ่นกลับมาคึกคัก ขณะที่ราคาหุ้นยังอยู่ในระดับถูกเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วด้วยกัน ส่วนเอเชียเหนือ เศรษฐกิจเชื่อมโยงกับการฟื้นตัวของประเทศที่พัฒนาแล้ว สนับสนุนการส่งออกในกลุ่มประเทศนี้ให้ขยายตัว ราคาหุ้นก็ยังถูกน่าสนใจลงทุนเช่นเดียวกัน

"เราเชื่อว่าแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในกลุ่มเอเชียเหนือและราคาที่ถูก จะทำให้ตลาดหุ้นและการลงทุนในภูมิภาคเอเชียเหนือจะดึงดูดเงินลงทุนที่จะไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ได้เป็นจำนวนมาก และทำให้ตลาดหุ้นเอเชียเหนือสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในปีนี้" นายพิชา กล่าว

นายพิชา กล่าวว่า เอเชียเหนือมีแนวโน้มการขยายตัวของกำไรที่โดดเด่น คาดการณ์ว่า ปีนี้ผลกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเอเชียเหนือจะเติบโตราว 12% เป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าตลาดหุ้นในประเทศที่พัฒนาแล้วที่อยู่ประมาณ 8-10% ด้วยประเทศเหล่านี้เป็นฐานการผลิตและส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตในระดับสูงและมีแบรนด์สินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดโลก เอเชียเหนือจึงมีความสามารถแข่งขันด้านส่งออกสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยเสี่ยงของเอเชียเหนือที่ต้องจับตา โดยจีน มีปัญหาหนี้เสียภาคการเงินที่สูง ค่าเงินหยวนผันผวน ค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้นจนกระทบการทำกำไรของบริษัท และกิจกรรมในภาคธนาคารเงาที่มีเป็นจำนวนมากในตลาดเงินจีนอาจส่งผลให้ผิดนัดชำระหนี้ ส่วนไต้หวัน อาจสูญเสียความได้เปรียบการส่งออกเพราะไม่ได้ทำเอฟทีเอกับประเทศคู่ค้าหลักที่กำลังฟื้นตัวและความขัดแย้งเหนือหมู่เกาะในทะเลที่เป็นประเด็นอ่อนไหว ด้านเกาหลีใต้ มีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 75.4% ของจีดีพี และความผันผวนของค่าเงินวอน ขณะที่ฮ่องกง มีความเสี่ยงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่ราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในขณะนี้ และเป็นเขตเศรษฐกิจที่ผูกติดกับเศรษฐกิจโลกมากเกินไป

ด้านนายกำพล อดิเรกสมบัติ หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) กล่าวว่า ญี่ปุ่นจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จาก 5% เป็น 8% ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปีนี้มีการกักตุนสินค้า เพิ่มกำลังการผลิต และยอดค้าปลีกขยายตัวสูง กิจกรรมเหล่านี้ทำให้จีดีพีญี่ปุ่นไตรมาสแรกจะขยายตัวสูง แต่ไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วงที่ขึ้นแวตแล้ว เศรษฐกิจจะหดตัวราว 4% ดังนั้นเชื่อว่า ทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) น่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบในช่วงเดือน ต.ค. นี้ เพิ่มเติมจากการคงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ และขยายกรอบสินเชื่อเสริมสภาพคล่องให้ธนาคารพาณิชย์ 2 เท่า ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.1% เป็นเวลา 4 ปี

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน