
กสท.ขู่ห้ามโฆษณากล่องบอลโลก
ช่วงอุทธรณ์30วันอาร์เอสยังลุยขายเชื่อทีวีดิจิตอลฉลุย
ช่วงอุทธรณ์30วันอาร์เอสยังลุยขายเชื่อทีวีดิจิตอลฉลุย
กสท.ห้ามอาร์เอสโฆษณาขายกล่องดูบอลโลก จนสิ้นสุดอุทธรณ์ ด้าน “สุรชัย” ยัน เม.ย.ลุยขายกล่องตามแผนเดิม
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ภายใน 30 วัน หรือสิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย. ยังถือว่าประกาศเรื่องหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (มัสต์แฮฟ) มีผลบังคับใช้เช่นเดิม ดังนั้น ทางบริษัท อาร์เอส ต้องปฏิบัติตามประกาศ จึงไม่สามารถโฆษณาประชาสัมพันธ์การขายกล่องว่าสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกได้
ทั้งนี้ เพราะโดยกระบวนการทางกฎหมาย กสท.มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดภายใน 30 วัน ซึ่งระหว่างนี้ยังไม่ถือว่าคำพิพากษาของศาลปกครองมีผลแล้ว การกระทำการใดๆ ของอาร์เอสที่จะทำให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกล่องรับชม จะถือว่ามีความผิดและมีบทลงโทษตั้งแต่ตักเตือน ปรับ ไปจนถึงเพิกถอนใบอนุญาต
อย่างไรก็ตาม กรณีกระบวนการทางศาลเป็นคนละส่วนกับการให้ใบอนุญาตช่องรายการทีวีดิจิตอลที่ อาร์เอส เทเลวิชั่น เป็นรายเดียวที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ซึ่ง กสท.ยังมีเวลาพิจารณาถึงวันที่ 25 เม.ย. เพื่อให้ทันกับ 23 ช่องที่อนุมัติไปแล้ว
สำหรับประเด็นที่ กสท.จะอุทธรณ์ คือ ยืนยันสิทธิประชาชนที่จะต้องได้รับชมฟุตบอลโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะที่ผ่านมาประชาชนได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกฟรีมาตลอดตั้งแต่ปี 2513
รวมทั้งการที่อาร์เอสไปเซ็นสัญญาซื้อลิขสิทธิ์กับทางสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.2548 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไทยยังไม่มีโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) ดังนั้น อาร์เอสต้องทราบเงื่อนไขอยู่แล้วว่าจะต้องถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านฟรีทีวี และการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีก็สามารถมีรายได้จากการโฆษณาได้อยู่แล้ว
อาร์เอสยืนยันเดินหน้าบริหารสิทธิ์ถ้ายทอดสดบอลโลกตามแผนเดิม หลังศาลปกครองประกาศให้อาร์เแสเป็นผู้ชนะ เผยภายในเดือนเม.ย.นี้พร้อมขายกล่องบอลโลก มั่นใจยอดขายยัง 1 ล้านกล่องตามแผนเดิม ระบุกรณี กสทช.ไม่ออกใบอนุญาติทีวีดอจอตอลเป็นการเข้าใจผิด กสทช.ต้องการให้อาร์เอสยืนยันผังราย ย้ำ 25 เม.ย.พร้อมออกอากาศทีวีดิจอตอลเต็มรูปแบบ
ด้าน นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า ในส่วนของกล่องบอลโลกคาดจะพร้อมนำสินค้าเข้าทำตลาดได้ภายในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งหลังจากวางกล่องฟุตบอลโลกเข้าทำตลาดมั่นใจจะมียอดขายตามแผนการดำเนินงานเดิมที่วางไว้คือ 1 ล้านกล่อง ขณะที่เป้าหมายรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกคาดยังเป็นไปตามแผนงานเดิมเช่นกันที่ 650 ล้านบาท
นอกจากนี้ กรณีที่ กสทช.ยังไม่มอบใบอนุญาตทีวีดิจิตอลให้กับบริษัทนั้น มองว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารสิทธิการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก และเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เนื่องจาก กสทช.ต้องการให้บริษัทยืนยันผังรายการของช่อง 8 ที่จะออกอากาศในระบบดิจิตอลว่าจะดำเนินงานตามผังรายการที่ส่งไปจริงหรือไม่ ซึ่งการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกจำนวน 22 แมตช์ ถือเป็นหนึ่งในรายการที่อยู่ในผังดังกล่าว และจากการที่ กสทช.ขอคำยืนยันดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 เม.ย. บริษัทได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยืนยันผังรายการกับ กสทช.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มั่นใจว่าจะนำช่อง 8 ออกอากาศอย่างเต็มรูปแบบได้ทันในวันที่ 25 เม.ย.นี้แน่ โดยรายได้ทีวีดิจิตอลปีแรกตั้งเป้า 850 ล้านบาท ตามแผนเดิมกรณีที่เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีมติให้เพิกถอนประกาศสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เกี่ยวกับหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 หรือที่เรียกว่ากฎมัสต์ แฮฟ (Must Have) ข้อ 3 ลำดับที่ 7 การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (FIFA World Cup Final) เพราะเป็นกฎที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่มีผลกระทบต่อบุคคลผู้ทรงสิทธิโดยชอบ ที่มีอยู่ก่อนประกาศออกใช้บังคับ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ประกาศดังกล่าวใช้บังคับ เนื่องด้วยเป็นเหตุให้บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด ในเครือบมจ.อาร์เอส ในฐานะผู้ครอบครองสิทธิถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 หรือผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อบริษัท เพราะจะไม่ส่งผลกระทบต่อแนวทางบริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 โดยขอยืนยันว่าเราตระหนักและคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลักเสมอบนพื้นฐานการทำธุรกิจด้วยคุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้อง ตลอดจนการสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทยึดถือและปฏิบัติมาตลอดกว่า 30 ปี
ดังนั้น นับจากนี้ทางบริษัทจะได้เดินตามแผนธุรกิจเดิมที่วางไว้ คือ ถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี 22 แมตซ์ ทั้งทางช่อง 7 และช่อง 8 ซึ่งมั่นใจว่าคนไทยจะสนุกกับการเชียร์ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับโลกในครั้งนี้ที่ 4 ปีมีครั้งอย่างแน่นอน เพราะมีการถ่ายทอดสดทั้งพิธีเปิดและพิธีปิด รวมถึงรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศให้รับชมพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันยังเพิ่ม “ความสะดวก” ในการรับชมให้กับคอบอลที่ต้องการดูเต็มอิ่มจุใจครบทั้ง 64 นัด แถมเพิ่ม “ความคุ้มค่า” มากยิ่งขึ้นให้กับผู้ชมกับการรีรัน รวมถึงรายการพิเศษและไฮไลต์สุดเอ็กซ์คูลซีฟที่ส่งตรงมาจากฟีฟ่าหาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในประเทศไทย แต่มีให้รับชมได้ที่ช่องเวิลด์ คัพ แชนแนล ทางกล่องบอลโลก ซึ่งเป็นกล่องทีวีดาวเทียมที่รองรับกับจานดาวเทียมทุกชนิดทุกสีสามารถหาซื้อได้ง่ายทุกเวลา ทุกที่ ทั่วไทย เนื่องจากมีวางจำหน่ายที่เซเว่น อีเลฟเว่นและร้านค้าดาวเทียมทั่วประเทศ ในราคาสุดคุ้มเพียงกล่องละ 1,590 บาท







