posttoday
หวั่น รบ.ใหม่ไม่ทัน Q3 "เอดีบี" หั่นจีดีพีร่วง 2%

หวั่น รบ.ใหม่ไม่ทัน Q3 "เอดีบี" หั่นจีดีพีร่วง 2%

02 เมษายน 2557

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยรายงานแนวโน้มพัฒนาการเศรษฐกิจเอเชีย ADO 2014 โดยปรับลดคาดการณ์จีดีพีของไทย ปี 2557 เหลือเพียง 2.9% จากคาดการณ์เดิมที่ 4.5% หรือขยายตัวได้เท่ากับในปี 2556 ที่ผ่านมา แต่ตัวเลขดังกล่าวอยู่บนสมมติฐานว่า ประเทศไทยต้องมีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจบริหารและตัดสินใจได้เต็มรูปแบบภายในครึ่งปีหลังนี้เท่านั้น และในกรณีเลวร้ายที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลผู้มีอำนาจเต็มได้ภายในไตรมาส 3 เศรษฐกิจไทยก็อาจเติบโตได้ไม่ถึงระดับ 2%

ลักษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโสประจำประเทศไทยของเอดีบี กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจของไทยในปีนี้จะสามารถฝากความหวังไว้ได้เพียงแค่ภาคการส่งออกเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวได้ระหว่าง 5.56% โดยเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของตลาดสหรัฐและยุโรป ในขณะที่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทที่ปรับตัวอ่อนค่าลง

อย่างไรก็ดี ภาคเศรษฐกิจอื่นๆ กลับมีแนวโน้มย่ำแย่ลงจากภาวะติดหล่มทางการเมือง โดยคาดว่าภาคการลงทุนจะเติบโตเพียง 11.5% และการบริโภคจะขยายตัวเพียง 1.5% ในขณะที่ภาวะภัยแล้งยังคาดว่าจะเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในปีนี้ด้วย

“ในกรณีที่เราไม่ได้รัฐบาลผู้มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารประเทศได้ทันภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนก็จะไม่ลงทุน แต่จะหยุดเพื่อรอดูสถานการณ์ก่อน ขณะที่การตั้งงบประมาณปี 2558 ก็จะไม่ทันตามกำหนด ดังนั้นงบการลงทุนก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ต่ำกว่า 2.9%” ลักษมณ กล่าว

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบแนวโน้มกับเขตเศรษฐกิจอื่นๆ ใน 10 ประเทศอาเซียน ยังพบว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ต่ำสุดเป็นรองเพียงแค่ บรูไนดารุสซาลาม เท่านั้น โดยฟิลิปปินส์จะมีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ 6.4% จากการเน้นลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ตามมาด้วยอินโดนีเซียที่ 5.7% และมาเลเซีย 5.1% โดยประเทศส่วนใหญ่นั้นจะได้รับอานิสงส์จากภาคการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ปีนี้

ขณะเดียวกัน การไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ทันภายในครึ่งปีแรก ยังอาจสั่นคลอนต่อสถานะเครดิตประเทศด้วย หลังจากที่สถาบันจัดอันดับเครดิตหลายแห่งได้ติดต่อสอบถามเข้ามาอย่างใกล้ชิดมากขึ้นกว่า ปีที่ผ่านๆ มา ซึ่งตามปกติแล้วจะติดตามประเมินผลเพียงปีละ 1–2 ครั้งเท่านั้น ทว่าปัจจุบัน ต่างชาติกลับเข้ามาติดตามสถานการณ์ถี่ขึ้นเป็นรายไตรมาส

หากวัดน้ำหนักปัจจัยภายนอกและภายในแล้วว่ามีความไม่แน่นอนสูง ก็อาจส่งผลต่อแนวโน้มเครดิตของไทยในปีนี้ ซึ่งเป็นปราการด่านแรกก่อนนำไปสู่การพิจารณาอันดับเครดิตประเทศตามมา

ทั้งนี้ นอกจากการเมืองจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจไทยตลอดช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของเอดีบีมาแล้วถึง 3 ครั้ง ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียยังให้มุมมองด้วยว่า ความเสี่ยงที่สำคัญอีกด้านของประเทศไทย ก็คือความเสี่ยงเชิงนโยบาย ซึ่งยังพบปัญหาหลายด้าน ตั้งแต่การวางนโยบาย ไปจนถึงการตรวจสอบ

“ตัวนโยบายเองที่เป็นปัญหา การออกแบบนั้นดีพอแล้วหรือยัง รวมถึงประเด็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ และความยั่งยืน เช่น กรณีรถคันแรกนั้น ใครเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์กันแน่ ซึ่งเรื่องของนโยบายนั้นยังน่าจะมีการตั้งองค์กรให้พิจารณาทบทวนนโยบายต่างๆ และสนับสนุนให้ภาคประชาสังคม มีส่วนร่วมในการตรวจสอบนโยบายมากขึ้นด้วย” เศรษฐกรของเอดีบี กล่าว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน