posttoday
ดับฝัน2ล้านล้าน...กระตุกอสังหาฯทั่วประเทศ

ดับฝัน2ล้านล้าน...กระตุกอสังหาฯทั่วประเทศ

02 เมษายน 2557

นับตั้งแต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ถึงการระงับการออกร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศพ.ศ. .... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท หรือที่เรียกกันติดปากว่า “พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท” เนื่องจากเนื้อหาและกระบวนการตรากฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นอันต้องตกไป งานนี้หลายท่านคงโล่งใจที่ประเทศไม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน แต่ก็คงมีแอบเสียดายกันอยู่ไม่น้อยที่เมกะโปรเจกต์นี้ถูกพับเก็บเข้ากรุไป เพราะโดยหลักการแล้ว ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครคัดค้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ เพราะมันเป็นกลไกสำคัญในการช่วยกระจายความเจริญไปทั่วประเทศ งานนี้เลยดับฝันหวานๆ ที่หวังจะได้เห็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางของระบบโลจิสติกส์ของ AEC และมีศูนย์กลางความเจริญกระจายอยู่ตามหัวเมืองหลักทั่วประเทศ ผ่านความเชื่อมโยงที่สะดวกรวดเร็วของระบบคมนาคมขนส่งทุกทิศทั่วไทย ไปจนถึงประเทศเพื่อนบ้านใน AEC ตั้งแต่ จีน ลาว พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา และเวียดนาม

นับตั้งแต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ถึงการระงับการออกร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศพ.ศ. .... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท หรือที่เรียกกันติดปากว่า “พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท” เนื่องจากเนื้อหาและกระบวนการตรากฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นอันต้องตกไป งานนี้หลายท่านคงโล่งใจที่ประเทศไม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน แต่ก็คงมีแอบเสียดายกันอยู่ไม่น้อยที่เมกะโปรเจกต์นี้ถูกพับเก็บเข้ากรุไป เพราะโดยหลักการแล้ว ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครคัดค้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ เพราะมันเป็นกลไกสำคัญในการช่วยกระจายความเจริญไปทั่วประเทศ งานนี้เลยดับฝันหวานๆ ที่หวังจะได้เห็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางของระบบโลจิสติกส์ของ AEC และมีศูนย์กลางความเจริญกระจายอยู่ตามหัวเมืองหลักทั่วประเทศ ผ่านความเชื่อมโยงที่สะดวกรวดเร็วของระบบคมนาคมขนส่งทุกทิศทั่วไทย ไปจนถึงประเทศเพื่อนบ้านใน AEC ตั้งแต่ จีน ลาว พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา และเวียดนาม

ช่วงปีที่ผ่านมา การปลุกกระแสเมกะโปรเจกต์และการก้าวเข้าสู่ประชาคม AEC ผ่านสื่อต่างๆ อย่างแพร่หลาย ช่วยกระตุ้นให้หลายธุรกิจลุกฮือมาบุกตลาดต่างจังหวัดกันอย่างคึกคัก เพราะเห็นศักยภาพและโอกาสในการเติบโตของภูมิภาคที่จะเกาะตามเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟรางคู่ มอเตอร์เวย์ ฯลฯ สิ่งที่เกิดตามมา คือ การกว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรจนราคาที่ดินสูงเกินความเป็นจริงหลายเท่าตัว การขยายตัวอย่างรุนแรงของคอนโดจนเกินความต้องการของคนในพื้นที่ ทำให้เกิดการซื้อเพื่อเก็งกำไรจนราคาถีบตัวขึ้นไปสูงเกินจริง

แต่ทันทีที่โครงการ 2 ล้านล้านบาทถูกสั่งระงับ สัญญาณการชะลอการลงทุนในหลายพื้นที่ก็เกิดขึ้นอย่างชัดเจน โครงการที่สร้างเสร็จพร้อมขายก็มียอดโอนชะลอตัวลง เพราะผู้บริโภคไม่มีแรงจูงใจในการโอนกรรมสิทธิ์ โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ก็คงต้องลุ้นว่าเสร็จแล้วลูกค้าจะโอนหรือดึง ส่วนสถาบันการเงินเองก็เพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อในต่างจังหวัดมากขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงของเจ้าของโครงการควรหลีกเลี่ยงการทำโครงการจาก 3 ปัจจัย คือ 1.โครงการไม่ใช่ คือ ตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่ดี หรือรูปแบบโครงการและราคาไม่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 2.ลูกค้าไม่ใช่ คือ มาซื้อเพื่อเก็งกำไร ไม่ตั้งใจโอน ไม่ได้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และสุดท้าย 3.การเรียกเก็บเงินดาวน์น้อยเกินไป ซึ่งทำให้เกิดพฤติกรรมการจองซื้อและรอจนสร้างเสร็จเพื่อหวังเก็งกำไรอย่างแพร่หลาย

สิ่งเหล่านี้ถ้ามองกันดีๆ แล้ว น่าจะเป็นผลดีต่อภาคอสังหาฯ เพราะช่วยไม่ให้เกิดวิกฤตฟองสบู่ในประเทศไทย แต่ถ้ามองกันเผินๆ การระงับ พ.ร.บ.2 ล้านล้านบาท อาจดูเป็นผลด้านลบต่อเศรษฐกิจไทย บางคนถึงกับบอกว่าจีดีพีจะหดหาย 23% ราวกับว่าไม่มี พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทแล้วประเทศจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง โครงการลงทุนส่วนใหญ่เป็นของเดิมที่มีอยู่แล้ว และอยู่ในงบประมาณปกติมีหน่วยงานเป็นเจ้าภาพพร้อม เพียงแต่รัฐบาลไปหยิบมารวมเป็นแพ็กเกจเดียวกับ “รถไฟฟ้าความเร็วสูง” ที่เป็นโครงการใหม่เท่านั้นเอง พูดให้ง่ายก็คือ หาก พ.ร.บ.เงินกู้ไม่ผ่าน ก็ยังสามารถกลับมาใช้งบประมาณปกติได้เช่นเดิม แต่ต้องกลับมาพิจารณาคัดเลือกกันให้ดีว่าโครงการไหนควรไม่ควรเอามาทำต่อ เพราะถึงยังไงเราก็ยังมีโจทย์ที่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อยู่ดี ตัวอย่างโครงการที่น่าจะนำมาสานต่อให้สำเร็จ น่าจะเป็นสุวรรณภูมิ เฟส 2, มอเตอร์เวย์ และรถไฟรางคู่ เป็นต้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกมาประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2557 น่าจะเติบโตประมาณ 2.2–3.7% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและยืดเยื้อของสถานการณ์การเมือง โดย GRP ของภาคเหนือ คาดว่าจะขยายตัวที่ 3.0% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3.6% ภาคตะวันออก 4.0% ภาคใต้ 2.0% และภาคกลางที่ 2.6% ตามลำดับ ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2557 น่าจะมีอัตราการขยายตัวไม่มาก เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่เติบโต 7% ด้วยความหลากหลายด้านปัจจัยลบ ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง ภาระหนี้สินครัวเรือนของไทย ผนวกกับปัญหาขาดแคลนแรงงานผู้รับเหมาที่ยังคงเป็นวิกฤตต่อเนื่องฉุดรั้งการเติบโตของภาคอสังหาฯ ขณะที่ปัจจัยบวกมีเพียงอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะทรงตัวและการขยายการลงทุนของต่างชาติในไทย ปี 2557 นี้จึงเปรียบเสมือนปีแห่งการซ้อมใหญ่ของการเข้าสู่ AEC ในปลายปี 2558 ที่ดูเหมือนไกล แต่เริ่มใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะครับ ท่านพร้อมจะตื่นจากฝันเดิม แล้วมาเริ่มลงมือทำให้มันเกิดขึ้นจริงหรือยังครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน