posttoday
กรณีศึกษาความรับผิดทางอาญาของกรรมการรัฐวิสาหกิจ (ตอนที่ 1)

กรณีศึกษาความรับผิดทางอาญาของกรรมการรัฐวิสาหกิจ (ตอนที่ 1)

01 เมษายน 2557

กรณีศึกษาความรับผิดของกรรมการรัฐวิสาหกิจยังไม่จบ เพราะยังมีตัวอย่างอีกหลายคดีโดยเฉพาะเรื่องการใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจของเจ้าพนักงานหรือกรรมการ รวมถึงการไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของหน่วยงาน หรือองค์กรที่ส่งผลให้กรรมการต้องมีความรับผิดทางอาญา

กรณีศึกษาความรับผิดของกรรมการรัฐวิสาหกิจยังไม่จบ เพราะยังมีตัวอย่างอีกหลายคดีโดยเฉพาะเรื่องการใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจของเจ้าพนักงานหรือกรรมการ รวมถึงการไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของหน่วยงาน หรือองค์กรที่ส่งผลให้กรรมการต้องมีความรับผิดทางอาญา

การได้ศึกษาจากตัวอย่างในอดีตที่ผ่านมาจะทำให้กรรมการสามารถจะมีแนวทางในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่นำเสนอ ส่วนใหญ่ความผิดพลาดหรือความรับผิดชอบของกรรมการมักจะเกิดขึ้นจากการขาดข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ การขาดความรู้ในกฎหมายระเบียบภายในองค์กร และกรรมการก็ไม่ได้มีความสนใจที่จะสอบถามให้เข้าใจถึงกฎระเบียบนั้นๆ ในบางคราวก็เชื่อเพียงข้อมูลที่ฝ่ายบริหารหรือฝ่ายจัดการนำเสนอ

เรื่องที่สำคัญคือ ในการใช้ดุลพินิจตัดสินใจนั้นนอกจากการไม่มีข้อมูลที่เพียงพอในบางครั้งด้วยความคุ้นเคยกับตำแหน่งที่ดำรงอยู่นานก็อาจจะติดยึดกับตำแหน่งและอำนาจ และการใช้ดุลพินิจจึงอาจไม่สมเหตุสมผลและไม่ไดัเป็นไปตามแนวทางของวิญญูชนที่พึงปฏิบัติ

ผมขอนำตัวอย่างกรณีศึกษาอีก 4 ตัวอย่างมาประกอบการพิจารณาดังนี้

กรณีศึกษาที่ 1

คำพิพากษาฎีกาที่ 3509/2549 กรณีการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการที่สั่งไม่ฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่เอกชนร้องทุกข์กล่าวโทษ

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ในกรณีที่หนังสือพิมพ์ ด. ซึ่งผู้ต้องหาเป็นเจ้าของและเป็นบรรณาธิการลงข้อความเป็นความเท็จ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ โจทก์จึงฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนการสอบสวนในคดีร่วมกันหมิ่นประมาทโจทก์ ย่อมรู้ดีว่าผู้ต้องหาทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่น แต่วินิจฉัยสั่งคดีว่าผู้ต้องหาทั้งสองไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาของโจทก์ และมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยย่อมมีอิสระที่จะใช้อำนาจวินิจฉัยสั่งการตามความเห็นของตนได้ โดยไม่มีการอ้างได้ว่าการใช้ดุลพินิจไปในทางใดเป็นการชอบหรือมิชอบ เพราะการใช้ดุลพินิจในกรณีเดียวกัน พนักงานอัยการอาจวินิจฉัยคดีไปคนละทางได้

อย่างไรก็ดี การใช้ดุลพินิจวินิจฉัยสั่งคดีของพนักงานอัยการทุกคนจะต้องอยู่ภายในขอบเขตของความชอบด้วยกฎหมาย การใช้ดุลพินิจที่ชอบด้วยกฎหมายในที่นี้คือ การใช้ดุลพินิจที่อยู่บนรากฐานของความสมเหตุสมผลที่วิญญูชน โดยทั่วไปยอมรับได้ว่ามิใช่เป็นการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจหรือมีการบิดผันอำนาจ

ในสัปดาห์หน้า เรามาติดตามกันต่อกับกรณีศึกษาดังกล่าว และข้อสังเกตที่ผมจะให้ไว้ต่อไปกันครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน