
ธปท.มั่นใจเศรษฐกิจไทยไม่ถดถอย
เมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในไตรมาส 2 ของปีนี้ มีโอกาสฟื้นตัวกลับมาได้ จากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่เริ่มดีขึ้น หลังจากรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงมั่นใจว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 2.6%
เมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในไตรมาส 2 ของปีนี้ มีโอกาสฟื้นตัวกลับมาได้ จากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่เริ่มดีขึ้น หลังจากรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงมั่นใจว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 2.6%
สำหรับภาวะเศรษฐกิจในเดือน ก.พ.นี้โดยรวมหดตัวจากเดือนก่อนจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ครัวเรือนและธุรกิจระมัดระวังการใช้จ่าย ทั้งการใช้จ่ายเพื่อบริโภคสินค้าคงทนและไม่คงทน และใช้จ่ายเพื่อลงทุน โดยการบริโภคภาคเอกชนติดลบ 1.2% จากเดือนก่อนหน้า ขยายตัว 0.3% ส่วนการลงทุนติดลบ 1.9% จากเดือนก่อนหน้า ขยายตัว 0.3% สอดคล้องกับการนำเข้าสินค้าและภาวะการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัว ขณะเดียวกันภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากการเมืองมากขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวหดตัวเป็นครั้งแรกนับจากเดือน พ.ย. 2554 ที่มีสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเหลือ 2.17 ล้านคน เที่ยบกับเดือนก่อนหน้า 2.32 ล้านคน ส่วนใหญ่ลดลงจากนักท่องเที่ยวจากจีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย และฮ่องกง
ด้านการส่งออกสินค้าเดือน ก.พ.ปรับดีขึ้น ตามแนวโน้มอุปสงค์หรือความต้องการซื้อจากต่างประเทศ และส่งออกทั้งปียังน่าจะขยายตัวได้ตามคาดที่ 4.5% หากมูลค่าส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 1.96 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ทางด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประกาศปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปี 2557 นี้ลงอีกครั้งว่า จะขยายตัวได้เพียง 1.8% และปรับกรอบประมาณการลงมาอยู่ในช่วง 1.32.4% ซึ่งนับเป็นการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจลงครั้งที่ 2 แล้วในเวลาเพียงแค่ 2 เดือน เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่อเค้ายืดเยื้อนานเกินคาด
“มีความเป็นไปได้น้อยลงที่ประเทศจะได้รัฐบาลชุดใหม่ทันช่วงกลางปีนี้ ซึ่งจะกระทบต่อการใช้จ่ายในประเทศมากกว่าที่คาด การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐเป็นไปอย่างจำกัดและล่าช้า และจะส่งผลให้ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้คงเหลือเพียงแค่ภาคการส่งออกเท่านั้น” ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ
ขณะที่ภาวะที่ไม่สามารถระบุตารางเวลาที่แน่ชัดได้ว่ากระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นได้เมื่อใด ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้น จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายของรัฐในหลายด้าน รวมไปถึงการลงทุนของภาคเอกชนและการบริโภคภายในประเทศ
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า อุปสงค์ในประเทศอาจซบเซาลากยาวเข้าสู่ครึ่งหลังของปี 2557 และฉุดให้การบริโภคของภาคเอกชนในปีนี้ขยายตัวได้เพียง 0.1% เท่านั้น จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 1.4% และยังฉุดให้การลงทุนโดยรวมหดตัวลงถึง 2.2% จากกรอบคาดการณ์เดิมที่ 2.7%
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การเมืองเลวร้ายลงกว่าที่คาดจนกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนในระดับที่รุนแรงขึ้น รวมทั้งหากการส่งออกฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด โดยขยายตัวได้เพียง 3% เศรษฐกิจไทยปี 2557 ก็อาจขยายตัวได้เพียง 3% เท่านั้น ส่วนงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลประจำปีงบ 2558 นั้น คงมีผลบังคับใช้ไม่ทันภายในปีนี้ เป็นผลให้เม็ดเงินงบประมาณหายไปในช่วงไตรมาส 4
ด้าน นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ยอดการส่งออกของไทยเดือน ม.ค.-ก.พ. มีมูลค่า 36,271 ล้านเหรียญสหรัฐ และตั้งแต่เดือน มี.ค. ไทยจะต้องส่งออกให้ได้ประมาณ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อทำให้ไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัว 0.2% และผลักดันให้ภาพรวมการส่งออกทั้งปียังคงเติบโตประมาณ 5% แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีปัจจัยเสี่ยงจากในและต่างประเทศมากระทบ
“เรายังคงตั้งเป้าส่งออกทั้งปีนี้โต 5% แต่มี 3 ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย คือ ปัญหาการเงินของโลก ปัญหาการเมืองโลก โดยเฉพาะสหรัฐ รัสเซีย และกลุ่มสหภาพยุโรป และปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติ และความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจเข้ามากระทบด้วย” นพพร กล่าว
นอกเหนือจากการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การค้ากับกระทรวงพาณิชย์แล้ว ทางสรท.จะประสานกับหน่วยงานของรัฐเพื่อโลจิสติกส์ การส่งออก เน้นเรื่องการค้าชายแดน ซึ่งจะเชิญกรมศุลกากรมาหารือด้วยว่า เมื่อไม่มีเงินกู้จากพ.ร.บสร้างภาพลักษณ์ การค้าระหว่างประเทศ เช่นระบบการทำ.เงินกู้ 2ล้านล้านบาทแล้ว จะแก้ไขปัญหาการนำเข้าและส่งออก รวมทั้งการระบายรถบรรทุกเข้าออกได้มากน้อยเพียงใด เพื่อดำเนินการให้นพพร กล่าวว่า “เบื้องต้นทราบว่ายอดส่งออกทั้งหมดของไทยอยู่ที่ประมาณ 70% แต่เราจะต้องประเมินตัวเลขทั้งหมดให้ได้ว่า จำนวนจริงๆ เป็นมูลค่าเท่าไร มีสัดส่วนการลงทุนจากต่างประเทศเท่าไร เพื่อจะได้ทราบตัวเลขการผลิตและการลงทุนที่แท้จริงทั้งหมด”







