
ปั้นไทยฮับเกมโมบายอาเซียน
ทุนเกาหลีขอเอี่ยวร่วมเป็นพันธมิตรขยายฐานตลาด
ทุนเกาหลีขอเอี่ยวร่วมเป็นพันธมิตรขยายฐานตลาด
เกมมือถือระอุ จีเอ็มที ซอฟต์ จากเกาหลีผนึกซีเอ็มทีไทย ใช้เป็นฐานรุกอาเซียน ชี้ 3จี กระตุ้นการใช้เพิ่ม
นายจิน โฮซอก ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มที ซอฟต์ ผู้พัฒนาเกมโมบายจากประเทศเกาหลี เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดเกมบนโทรศัพท์มือถือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด และไทยเป็นประเทศที่มีโอกาสเติบโตได้สูงที่สุดในภูมิภาค
ทั้งนี้ ตลาดเกมบนมือถือในไทยปัจจุบันมีจำนวนผู้เล่นประมาณ 10 ล้านคน โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดปีนี้จะมีมูลค่าประมาณ 4,000–5,000 ล้านบาท ดังนั้น จีเอ็มที ซอฟต์จึงเลือกเข้ามาบุกเบิกธุรกิจในไทย โดยร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทไทยในการทำตลาด
“เวลานี้โครงสร้างพื้นฐานของไทยมีความพร้อม เช่น บริการ 3จี และบริการ 4จี ทำให้การเข้าถึงเกมต่างๆ ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายจิน กล่าว
สำหรับเป้าหมายของการบุกตลาดไทย จีเอ็มที ซอฟต์ตั้งเป้าจะขึ้นเป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ในกลุ่มเกมประเภทวางแผน ชูตติ้ง และแคชชวล โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ประมาณ 180200 ล้านบาทในปีนี้
อย่างไรก็ดี บริษัทมีความมั่นใจว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองจะไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจให้บริการเกม โดยที่จีเอ็มที ซอฟต์มีแผนจะบุกตลาดในภูมิภาคนี้ โดยจะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางเนื่องจากไทยเป็นทำเลที่ดีและมีพันธมิตรที่ แข็งแกร่ง ซึ่งการร่วมมือกับผู้ให้บริการเกมในท้องถิ่นนั้นๆ จะทำให้บริษัทสามารถเข้าใจการทำตลาดได้เป็นอย่างดี และประสบความสำเร็จได้ดีกว่าการที่บริษัทจะเข้ามาทำตลาดเอง ดังนั้น เมื่อความร่วมมือลงตัว จะเห็นการเข้ามาลงทุนและแนะนำเกมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้บริษัทดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือเป็นผู้บริการเกมในอันดับ 1
ด้าน นายตนัย ไตรทิพยพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็มทีไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไทยจะถือหุ้น 51% เกาหลี 49% ในการนำเกมระดับโลกเข้ามาเปิดตลาด ปรับปรุงคอนเทนต์สำหรับตลาดไทย โดยมีแผนเปิดเกมใหม่ 20 เกมในปีนี้
สำหรับเฟสแรกในเดือน เม.ย.นี้จะเปิดตัว 3 เกม คือ อันลีชท์ (Unleashed) สงครามล่าสาวพันธุ์อสูร, สงครามสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ (monster Warloard), และมอลลี่แม่มดผจญภัย (Frying Girl) โดยรูปแบบการหารายได้จะใช้วิธีการซื้อไอเทมในเกม ราคาเริ่มต้นประมาณ 100 บาท ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่ผู้บริโภคยอมจ่าย
“การแข่งขันคาดว่าจะรุนแรงขึ้น เพราะผู้ให้บริการทุกรายเห็นแล้วว่า ตลาดนี้มีโอกาสมากขึ้น ผู้เล่นเกมกล้าใช้จ่ายเงินในเกมมากขึ้น และเมื่ออุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์มีราคาถูกลง เข้าถึงง่าย โอกาสที่ผู้เล่นจะขยายตัวก็มีมาก โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท มีส่วนแบ่งในตลาดโมบายประเทศไทย 10%” นายตนัย กล่าว
นอกจากนี้ หลังจากปีนี้หากตลาดไทยแข็งแรง ในปีหน้าบริษัทมีแผนจะขยายตลาดในมาเลเซียและสิงคโปร์







