posttoday
อินทัชแตก 4 อุตสาหกรรม สยาย 9 ธุรกิจเทคโนฯ

อินทัชแตก 4 อุตสาหกรรม สยาย 9 ธุรกิจเทคโนฯ

31 มีนาคม 2557

ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่มีผู้ให้บริการรายใหญ่อยู่หลายราย หนึ่งในนั้น คือ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น หรือ อินทัช ที่เป็นบริษัทโฮลดิ้งดูแลบริษัทใหญ่ๆ หลายแห่ง ทั้ง เอไอเอส ไทยคม และซีเอส ล็อกซอินโฟ ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง และมีผลต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความสามารถการแข่งขัน และการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ดังนั้น ทิศทางของอินทัชและบริษัทในเครือท่ามกลางผลกระทบจากการเมืองจึงเป็นที่จับตามอง

ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่มีผู้ให้บริการรายใหญ่อยู่หลายราย หนึ่งในนั้น คือ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น หรือ อินทัช ที่เป็นบริษัทโฮลดิ้งดูแลบริษัทใหญ่ๆ หลายแห่ง ทั้ง เอไอเอส ไทยคม และซีเอส ล็อกซอินโฟ ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง และมีผลต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความสามารถการแข่งขัน และการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ดังนั้น ทิศทางของอินทัชและบริษัทในเครือท่ามกลางผลกระทบจากการเมืองจึงเป็นที่จับตามอง

สมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น หรืออินทัช นายทัพใหญ่ที่กำหนดทิศทางของอินทัช ซึ่งหน้าที่หลักมี 2 ประการ คือ ดูแลธุรกิจในเครือ และแสวงหาธุรกิจใหม่ บนพื้นฐานของความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยี การกำกับดูแลและผู้บริโภค ภายใต้ 4 อุตสาหกรรม อันได้แก่ โทรคมนาคม มีเดีย ไอที และดิจิตอลคอนเทนต์ ซึ่งทั้งหมดจะกลายเป็นเหมือนปัจจัยพื้นฐานในชีวิตมนุษย์ที่ขาดไม่ได้ในแต่ละวัน เหมือนกับไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ผู้บริโภคต้องการใช้เป็นประจำทุกวัน และจาก 4 อุตสาหกรรมนี้เอง ได้แตกออกมาเป็น 9 ธุรกิจเทคโนโลยี ที่จะสานต่อการเติบโตแบบยั่งยืนให้กับเครืออินทัช

ธุรกิจแรก คือ บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ภายใต้ใบอนุญาตของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจาก 2จี มาเป็น 3จี ได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ดำเนินการโดย เอไอเอส และเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มอินทัช มีการเตรียมงบลงทุน 34 หมื่นล้านบาทในปีนี้เพื่อขยายโครงข่าย และเตรียมรองรับการโอนย้ายลูกค้าจากบริการ 2จี มาอยู่บน 3จี ซึ่งปีนี้คาดว่าจะย้ายมาได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านเลขหมาย

ธุรกิจไทยคม ดำเนินการโดยบริษัท ไทยคม ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารของประเทศไทย ถือเป็นธุรกิจที่ใหญ่อีกธุรกิจหนึ่ง ซึ่งล่าสุดได้ยิงดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นวงโคจรไปแล้ว และเตรียมยิงดาวเทียมไทยคม 7 ในไตรมาส 3 ปีนี้ และมีแผนยิงดาวเทียมไทยคม 8 ในปี 2558 เพื่อให้ทันต่อความต้องการ ยิ่งมีบริการทีวีดิจิตอลเกิดขึ้นเชื่อว่าความต้องการดาวเทียมจะเพิ่มขึ้นอีกมาก รวมถึงเพื่อตอบสนองเทคโนโลยีใหม่ คือ 4K ซึ่งเป็นการแพร่ภาพที่ชัดยิ่งกว่าเอชดี

“2 ธุรกิจนี้คือธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่มอินทัช เป็นธุรกิจที่เปลี่ยนทั้งการกำกับดูแล เปลี่ยนเทคโนโลยี และเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ต้องอาศัยความรวดเร็วในการปรับตัวให้ทัน และที่ผ่านมาเราสามารถทำได้ดี” สมประสงค์ กล่าว

ธุรกิจที่ 3 คือ ธุรกิจร่วมลงทุน หรือเวนเจอร์ แคปปิตอล ซึ่งอินทัชดูแลเอง และยังคงเฟ้นหาพันธมิตรใหม่ๆ ที่มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจ มีไอเดียที่สามารถทำตลาดได้จริง อินทัชจะเข้าไปร่วมลงทุนเพื่อขยายโอกาสในการบุกตลาดทั้งในไทยและระดับภูมิภาค ซึ่งที่ผ่านมา เช่น อุ๊คบี ให้บริการแพลตฟอร์ม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์, เมดิเทค โซลูชั่น พัฒนาอุปกรณ์การแพทย์สำหรับผู้ป่วยอัมพาต และคอมพิวเตอร์โลจี พัฒนาซอฟต์แวร์การจัดการโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งอินทัชจะเพียงร่วมลงทุนและแนะแนวทางการทำตลาดเท่านั้น ที่เหลือให้บริษัทเดิมมีอิสระในการพัฒนา เป็นการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ป้อนตลาด

ธุรกิจที่ 4 บริการคลาวด์ คอมพิวติง ดำเนินการโดย ซีเอส ล็อกซอินโฟ โดยให้บริการคลาวด์ทั้งสำหรับองค์กรและบุคคลทั่วไป เนื่องจากมองเห็นว่า สตอเรจ หรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจะมีความจำเป็นมากขึ้น และต้องการพื้นที่ใหญ่ขึ้น พร้อมกับสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา และต้องมีแอพพลิเคชั่นต่างๆ มาช่วยจัดการข้อมูลให้ง่ายขึ้นนั่นจะเป็นบริการคลาวด์ที่ซีเอส ล็อกซอินโฟ เตรียมเปิดตัวในเร็วๆ นี้

ธุรกิจที่ 5 ทีวีดิจิตอล แม้ว่าอินทัชจะถอยจากการประมูลผู้ให้บริการช่องรายการ เนื่องจากเห็นว่าใช้ปริมาณเงินมากเกินไปและอาจไม่คุ้มทุน แต่มีบริษัท ดีทีวี อยู่ในกลุ่ม และให้บริการทีวีดาวเทียมอยู่แล้ว ซึ่งจะพัฒนาไปสู่ความเป็นดิจิตอล จึงไม่จำเป็นต้องใช้เงินกับการประมูลที่สูงเกินไป แต่สาระสำคัญของธุรกิจทีวี คือ จำนวนช่องจะเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยจะเลือกช่องที่คิดว่าตรงกับความต้องการมากที่สุด ดังนั้น การทำตลาดช่องทีวี จะแยกเซ็กเมนต์ตามประเภทและรสนิยม คอนเทนต์มีความเฉพาะทาง โฆษณาสินค้าก็เฉพาะทางตามไปด้วย ทั้งหมดเกิดขึ้นแล้วและจะเห็นชัดขึ้นใน 2436 เดือนข้างหน้า

ธุรกิจที่ 6 ดิจิตอลคอนเทนต์ จากพฤติกรรมการบริโภคคอนเทนต์ที่เพิ่มมากขึ้น อินทัชเล็งเห็นว่า คอนเทนต์ต่างๆ ต้องถูกเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบดิจิตอล เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึง ดังนั้น อินทัช จะทำหน้าที่เป็นผู้คัดเลือกคอนเทนต์ที่เหมาะสมเพื่อเปลี่ยนจากระบบอนาล็อกมาเป็นดิจิตอลและนำไปเผยแพร่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาตลาด

ธุรกิจที่ 7 บริการ 4จี อินทัชและเอไอเอส ชัดเจนมากว่าจะไม่สร้างบริการ 4จี บนคลื่น 2100 เพราะแบนด์วิธมีจำกัด และเมื่อ กสทช.จะประมูลคลื่น 1800 ในปลายปีนี้แล้ว เป้าหมายคือต้องได้คลื่น 1800 มาให้บริการ 4จี ยิ่งตอนนี้ลูกค้าใช้ 3จี แล้ว จะรู้สึกว่าไม่เพียงพอ และต้องการ 4จี ดังนั้น การประมูลและลงทุนต้องเกิดขึ้นคาดกว่า 1 หมื่นล้านบาทในเบื้องต้น ไม่รวมมูลค่าการประมูล ที่ต้องรอ กสทช. ประกาศหลักเกณฑ์ก่อน

ธุรกิจที่ 8 คือธุรกิจบริการบรอดแบนด์ เดิมมีให้บริการอยู่แล้ว เพราะบริษัทในกลุ่มมีโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกที่สามารถใช้งานได้อีกมหาศาลกระจายทั่วประเทศ และอาจตั้งบริษัทใหม่มาดูเฉพาะ และอาจต้องอาศัยการซื้อกิจการหรือร่วมทุนกับบริษัทอื่นที่มีโครงข่ายอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังเปิดกว้างรับทุกความเป็นไปได้และสุดท้ายธุรกิจที่ 9 คือ ธุรกิจคอนเวอร์เจนซ์ ที่ผนึกบริการ 3จี 4จี และบรอดแบนด์เข้าด้วยกัน เชื่อมโยงให้เกิดธุรกิจบริการที่ครบวงจร พร้อมกับเพิ่มแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

ธุรกิจเทคโนโลยีทั้ง 9 เป็นการจัดระเบียบองคาพยพเดิมให้เข้าที่เข้าทางและเหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งถือว่าอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะสร้างการเติบและนำพาอินทัชผ่านมรสุมตัวแปรภายนอกที่ยากจะควบคุมไปได้ เวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร