posttoday
ผลผลิตอุตสาหกรรมหัวทิ่ม

ผลผลิตอุตสาหกรรมหัวทิ่ม

29 มีนาคม 2557

ทรุดยาวติดต่อกัน11เดือนทั้งปีโต2% สศอ.มั่นใจไม่ติดลบเหตุส่งออกช่วยชีวิต

ทรุดยาวติดต่อกัน11เดือนทั้งปีโต2% สศอ.มั่นใจไม่ติดลบเหตุส่งออกช่วยชีวิต

ดัชนีผลผลิต ก.พ. หดตัว 4.4% ทรุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 ส่งผลจีดีพีอุตสาหกรรมเหลือ 2-2.5%

นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) งวดเดือน ก.พ. 2557 อยู่ที่ 166.48 หดตัวลงถึง 4.4% ถือเป็นการหดตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 นับแต่เดือน เม.ย. 2556 ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 59.18% ลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยหดตัวลง 5.6% และมีการใช้กำลังการผลิตเพียงแค่ 62.12%

ผู้อำนวยการ สศอ. ชี้แจงว่า การลดลงของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมมาจากการลดลงของการผลิตรถยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารทะเลกระป๋องและแช่แข็ง

ทั้งนี้ สศอ.ได้ปรับลดประมาณการการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมในปีนี้เหลือแค่ 2.0-2.5% จากเดิม 3-4% และได้ปรับลด MPI เหลือแค่ 1.5-2.0% จากเดิมที่เคยประเมินไว้ว่าจะขยายตัวได้ 2-3% เนื่องจากได้นำปัญหาการเมืองเข้าไปทำให้ความเชื่อมั่นบริโภคในประเทศลดลง รวมถึงความเชื่อมั่นคู่ค้าต่างประเทศลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การผลิตลดลง

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของทั้งจีดีพีอุตสาหกรรมและ MPI คงไม่ถึงขั้นติดลบ เนื่องจากการผลิตของไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกถึง 65% ขายในประเทศ 35% ดังนั้นการที่เศรษฐกิจโลกดีขึ้นทั้งสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นดีขึ้น มีเพียงจีนเท่านั้นที่ยังมีปัญหาจะช่วยพยุงให้การผลิตในประเทศยังเป็นบวก

ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การเมืองค่อนข้างไปทางบวก คือ แม้จะไม่สามารถจบปัญหาได้เร็ว แต่เชื่อว่ากลางปีไปแล้วประชาชนจะเริ่มชินกับสถานการณ์การเมืองแล้ว และเริ่มกลับมาบริโภคหลังจากชะงักไปช่วงที่มีปัญหารุนแรง ซึ่งจะมีส่วนหนุนให้การผลิตเริ่มดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกด้วย

นอกจากนี้การผลิตรายอุตสาหกรรมในเดือน ก.พ. กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์มีการผลิต 1.71 แสนคัน หดตัว 25.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตหดตัว 1.03% ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ปรับตัวลดลง 4.68% แต่สำหรับ Semiconductur, Monolithic IC มีการผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการนำไปใช้เป็นชิ้นส่วนในสมาร์ทโฟน อุตสาหกรรมไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.56%

สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีการผลิตที่ลดลง 2.55% จากคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดอาเซียน ส่วนการผลิตผ้าผืนขยายตัว 4.17% จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของประเทศกัมพูชาที่ยังต้องพึ่งพิงการนำเข้าจากไทย เพราะยังขาดการพัฒนาสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำ กลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปขยายตัวเพิ่มขึ้น 7.12% เป็นผลจากตลาดสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น เริ่มฟื้นตัว

นายสมชาย กล่าวว่า ส่วนอุตสาหกรรมอาหาร การผลิตอุตสาหกรรมอาหารในภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.5% ส่วนการส่งออกลดลง 6% เนื่องจากการผลิตน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น แต่การผลิตสินค้าสำคัญส่วนใหญ่ประสบปัญหาวัตถุดิบได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและโรคระบาด

ด้านอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ปริมาณความต้องการบริโภคเหล็กในประเทศเดือนนี้ลดลงเหลือ 1.56 ล้านตัน หรือลดลง 3.77% ขณะที่การผลิตอยู่ที่ 6.4 แสนตัน ลดลง 10.89% เนื่องจากเอกชนชะลอการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อรอดูทิศทางการเมือง สำหรับการลงทุน 2 ล้านล้านบาทยังไม่กระทบ แต่ในระยะยาวจะกระทบกับการใช้เหล็กก่อสร้างแน่นอนเพราะความต้องการใช้เหล็กลดลง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน