posttoday
ส่งออกหัตถกรรมรุ่งโลกนิยมแฮนด์เมด

ส่งออกหัตถกรรมรุ่งโลกนิยมแฮนด์เมด

28 มีนาคม 2557

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. ระดมสินค้าหัตถศิลป์ไทย เข้าร่วมงาน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. ระดมสินค้าหัตถศิลป์ไทย เข้าร่วมงาน “เทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ 2557” (International Innovative Craft Fair 2014) ระหว่างวันที่ 2730 มี.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา ถือเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ผลิตไทยและต่างชาติได้พบปะกัน ซึ่งสินค้าหัตถกรรมไทยเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่มีความหวังในการส่งออกสู่ตลาดโลก

โดยระดมงานหัตศิลป์ของไทยจากทั่วประเทศมารวมไว้มากกว่า 350 ร้านค้า และยังมีประเทศที่มีสินค้าหัตถกรรมมาร่วมแสดงมากกว่า 10 ประเทศ ถือโอกาสทางการตลาดระหว่างผู้ผลิตไทยและผู้ผลิตต่างชาติ รวมทั้งทำให้ผู้บริโภคไทยได้ใกล้ชิดกับ สินค้างานฝีมือของไทยที่ทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิด

งาน “เทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ 2557” มีนิทรรศการสำคัญ 4 ด้านได้แก่ 1.นิทรรศการ อินโนเวทีฟ คราฟท์ อวอร์ดส 2014 ได้จัดประกวดผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเลือกนวัตกรรมที่มีฝีมือ สร้างเป็นเครือข่ายร่วมกันและมีการประกวดเพื่อชิงรางวัล ภายใต้แนวคิด หัตถศิลป์ไทยร่วมสมัย เรียบง่าย แต่ทรงคุณค่า

***2. นิทรรศการ “SACICT Prototype Product Design Gallery 2014” โดยเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ ศ.ศ.ป.ต้องการให้สมาชิกจากชุมชนต่างๆ ทำงานร่วมกับนักออกแบบมืออาชีพเพื่อพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยและน่าสนใจยิ่งขึ้น 3.นิทรรศการทายาทหัตถศิลป์ ที่มีการประกาศผลรางวัล 11 ทายาทหัตถศิลป์ไทย และ 4. นิทรรศการ SACICT Craft Trend นำเสนอแนวโน้มการออกแบบหัตถกรรม ทั้งรูปแบบ สีสัน และเทคนิคต่างๆ

***สำหรับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรม มีจำนวน 350 ร้านค้ามาออกงาน ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ แบ่งเป็น 4 กลุ่มได้แก่ อินโนเวทีฟ คราฟท์ กลุ่มกรีน คราฟ์ กลุ่มยัง ดีไซเนอร์ และกลุ่มอินดี้ คราฟท์ “พิมพาพรรณ ชาญศิลป์” ผู้อำนวยการ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. กล่าวว่า แม้ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2557 การส่งออกสินค้าหัตถกรรมของประเทศจะลดลง 4.47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 1,157 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่แนวโน้มเชื่อว่าตลาดหลักอย่างสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นจะฟื้นตัว รวมทั้งสินค้าหัตถกรรมไทยได้รับความนิยมในตลาดโลกมากขึ้น

ปัจจุบันมูลค่ารวมการส่งออกของสินค้าหัตถกรรมของไทยในแต่ละปีจะอยู่ที่ 7,000-8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2557 คาดว่าจะเติบโต 2% ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในความดูแลของ ศ.ศ.ป. ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 10% จากตลาดรวม หรือคิดเป็นมูลค่า 846 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 4%

“จากแผนงานที่วางไว้ จะส่งผลให้การส่งออกสินค้าหัตถกรรมของไทยในปี 2557 ที่ ศ.ศ.ป.ดูแล เติบโต 4% จากปีก่อน ที่คิดเป็นมูลค่ารวม 846 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ ประเทศสหรัฐ กลุ่มยุโรป และประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งมีการขยายตลาดส่งออกใหม่ไปในเกาหลีใต้และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดมีกำลังซื้อสูงและขยายตัวได้ดี เพราะชื่นชอบสินค้าไทยสูงมาก” พิมพาพรรณ กล่าวโดยสินค้าหัตถกรรมที่ ศ.ศ.ป.ดูแล คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของสินค้าหัตถกรรมในประเทศทั้งหมด

สำหรับแนวโน้มการออกแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่ได้รับความนิยม กำลังเข้าสู่การเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม (กรีน โปรดักต์) ในทุกส่วนประกอบการผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบ และผลิตในขั้นตอนต่างๆ ซึ่งเป็นแนวโน้มตามกระแสตลาดโลกที่สินค้ากรีน โปรดักต์ ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคสูงขึ้นในทุกปี

ขณะเดียวกัน สินค้าหัตถกรรมที่ผลิตขึ้นจะเน้นรูปแบบที่มีสีสันสดใส สวยงาม เนื่องจากคนรุ่นใหม่หันมาใช้สินค้าหัตถศิลป์มากขึ้น จึงต้องปรับรูปแบบการดีไซน์สินค้าใหม่ ประกอบกับทุกวันนี้ผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรมมีอายุน้อยลง โดยมีอายุ 25 ปีขึ้นไป จากช่วง 5 ปีก่อน จะมีอายุสูงกว่านี้ ส่วนหนึ่งเป็นทายาทที่เข้ามาสืบทอดงานหัตถศิลป์จากครอบครัว และได้สร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เข้ากับลูกค้าและตลาดมากขึ้น

กลุ่มสินค้าหัตถกรรมส่งออกที่เติบโตดี คือ กลุ่มผ้าทอ ผลิตภัณฑ์จากไม้และเซรามิก ส่วนกลุ่มส่งออกลดลง คือ เครื่องเงิน เครื่องทอง แต่ ศ.ศ.ป. เชื่อมั่นว่า หลังจากนี้ไปการส่งออกจะขยายตัวได้ดีต่อเนื่องทั้งนี้ ตลาดส่งออกสูงสุดของไทย 5 อันดับในช่วง 2 เดือนแรก อันดับหนึ่งคือ สหรัฐ สัดส่วน 25.64% อันดับสอง, ญี่ปุ่น สัดส่วน 8%, อันดับสาม เยอรมัน 7.78%, อันดับสี่ สหราชอาณาจักร สัดส่วน 4.77% และอันดับห้า ฮ่องกง 4.62%

ส่วนตลาดในประเทศนั้น ศ.ศ.ป.จากการสอบถามผู้ประกอบการกลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถรรมพบว่า ปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศ ไม่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการกลุ่มหัตถกรรม และยอดขายยังขยายตัวได้ดีอยู่ โดยร้านค้าของ ศ.ศ.ป. ที่ดูแลอยู่จำนวน 3 แห่งได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ศูนย์การค้าอมรินทร์ พลาซ่า และ ศ.ศ.ป. บางไทร มียอดขายโตสูงเช่นเดียวกัน ถือว่า สินค้าหัตถกรรมเป็นที่ต้องการสูงในประเทศ

นอกจากนี้ มีแผนขยายจุดจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมในแหล่งท่องเที่ยวของไทยจำนวน 5 แห่ง เช่น เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ โดยในเดือนเม.ย.นี้ จะเปิดที่ ตลาดน้ำอัมพวา เพื่อเจาะชื่อร้าน ณ อัมพวา เป็นการร่วมมือกับภาคเอกชน ส่วนสาขาต่อไปอยู่ระหว่างการคัดเลือกสถานที่ เชื่อมั่นว่า การมีจุดจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น จะเจาะตลาดลูกค้าในประเทศ และลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทยจำนวน 20 ล้านคนต่อปีได้“พิมพาพรรณ” กล่าวทิ้งท้ายว่า ศ.ศ.ป.ได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรมของไทย เพื่อพัฒนาสินค้า ให้คำแนะนำเทรนด์ในตลาดโลก รวมทั้งขยายตลาดในประเทศ รวมถึงตลาดในภูมิภาคอาเชียน และตลาดโลก จึงมั่นใจว่า สินค้าหัตถกรรมไทยจะสามารถเติบโตไปได้ไกล และมีอนาคตที่สดใสรออยู่

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน