
กองทุนเอเชียชอบหุ้นสุขภาพ-บริโภคฯ
เอชเอสบีซี เผยกองทุนหุ้นเอเชีย นิยมลงทุนหุ้นสุขภาพสินค้าอุปโภคบริโภค
เอชเอสบีซี เผยกองทุนหุ้นเอเชีย นิยมลงทุนหุ้นสุขภาพสินค้าอุปโภคบริโภค
ฝ่ายวิจัย ธนาคารเอชเอสบีซี ฮ่องกง เปิดเผยผลการศึกษาทิศทางการลงทุนของกองทุนรวมในตลาดหุ้นเอเชียในช่วง 3 เดือนแรกของปี จนถึงวันที่ 21 มี.ค. พบว่า กองทุนรวมยังคงนิยมลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและมั่นคง โดยเน้นลงทุนหุ้นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพและหุ้นในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
ขณะเดียวกัน กองทุนหุ้นเอเชียยังให้น้ำหนักลงทุนน้อยลงในหุ้นกลุ่มวัฏจักรธุรกิจ เช่น วัสดุก่อสร้างและอุตสาหกรรม พร้อมกับลดน้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มโทรคมนาคมและการเงิน ถึงแม้ว่าในหุ้นกลุ่มการเงินก็ยังมีเงินไหลเข้าลงทุนเพิ่มขึ้น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศยังคงเป็นหุ้นที่นักลงทุนสนใจลงทุนน้อยที่สุด
พร้อมกันนี้ ฝ่ายวิจัย ธนาคารเอชเอสบีซี รายงานว่า เดือน มี.ค. ตลาดหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) เริ่มมีเงินลงทุนไหลเข้า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากมีเงินไหลออกในเดือน ม.ค. 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ และเดือน ก.พ. อีก 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ในไตรมาสแรกมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นอินโดนีเซียและตลาดหุ้นอินเดียมีเงินทุนไหลเข้าไปลงทุนมากที่สุด โดยอินโดนีเซียมีมูลค่าซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และอินเดีย 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่เกาหลีใต้เงินทุนไหลออกมากที่สุด 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และตลาดหุ้นไทยเงินไหลออก 900 ล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ กองทุนหุ้นเอเชียยังลงทุนในตลาดหุ้นจีนจนเกือบแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี แม้ว่ากองทุนจีนจะมีผลตอบแทนย่ำแย่จากการขายคืนหน่วยลงทุนรอบสัปดาห์สูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงกลางเดือน มี.ค.
“เดือน มี.ค.มีเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่เอเชียบางแห่ง แต่ความกังวลว่าเงินทุนไหลออกยังคงมีอยู่ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติกังวลกับการลดมาตรการคิวอี และต้องเผชิญความกดดันซ้ำเติมจากความพยายามของจีนในการปรับสมดุลเศรษฐกิจ โดยไม่ให้เกิดภาวะชะลอตัวอย่างรุนแรงและความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตในยูเครน” เอชเอสบีซี ให้ความเห็น
ล่าสุด เอชเอสบีซี เพิ่มน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ไต้หวัน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และลดน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย จีน และอินเดีย ขณะที่ให้น้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มไอที สาธารณูปโภค และสุขภาพ







