
ผลผลิตอุตสาหกรรมร่วงต่อเนื่องเดือนที่11
สศอ. เผย ผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.พ.อยู่ที่ 166.48 หดตัวลง 4.4% ร่วงต่อเนื่องเดือนที่11
สศอ. เผย ผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.พ.อยู่ที่ 166.48 หดตัวลง 4.4% ร่วงต่อเนื่องเดือนที่11
นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. 2557 อยู่ที่ 166.48 หดตัวลง 4.4% ซึ่งเป็นการหดตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 นับแต่เดือนเม.ย. 2556 เป็นต้นมา ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตของเดือนนี้อยู่ที่ 59.18% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ดัชนีหดตัว 5.6% และมีการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 62.12%
“การลดลงดังกล่าวมาจากการลดลงของการผลิตรถยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเรือน อาหารทะเลกระป๋องและแช่แข็ง” นายสมชาย กล่าว
ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า สำหรับการผลิตรายอุตสาหกรรมนั้น ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เดือนก.พ. อยู่ที่ 1.71 แสนคัน หดตัว 25.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเดือนก.พ. ปี 2556 มีฐานสูงเพราะผู้ประกอบการเร่งผลิตเพื่อป้อนโครงการรถยนต์คันแรก ประกอบกับปีนี้ประชาชนก็มีความกังวลต่อสถานการณ์การเมือง
อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตหดตัว 1.03% มาจากการที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอกนิกส์ที่ปรับตัวลดลง 2.12% โดยมาจากฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ ปรับตัวลดลง 4.68% แต่สำหรับ Semiconductur, Monolithic IC มีการผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการนำไปใช้เป็นชิ้นส่วนในสมาร์ทโฟน ที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง และอุตสาหกรรมยานยนต์เองก็เริ่มมีการใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.56% จากการส่งออกไปตลาดในอาเซียน ยุโรป แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอื่นๆ ลดลง เช่น ตู้เย็น หม้อหุงข้าว เครื่องรับโทรทัศน์ โดยมาจากครัวเรือนในประเทศที่มีการชะลอการใช้จ่าย
นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มนั้น มีการผลิตที่ลดลงในกลุ่มเส้นใยสิ่งทอฯ จากคำสั่งซื้อเพื่อผลิตในผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆ ทั้งตลาดภายในและต่างประเทศที่ลดลง โดยเฉพาะตลาดอาเซียน ส่วนการผลิตผ้าผืนขยายตัวจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของประเทศกัมพูชาที่ยังต้องพึ่งพิงการนำเข้าจากไทย เพราะยังขาดการพัฒนาสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำ ในส่วนกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปการผลิตขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นผลจากตลาดสหรัฐฯ ที่เริ่มฟื้นตัว ในขณะเดียวกันยุโรปและญี่ปุ่นก็เริ่มมีทิศทางฟื้นตัวชัดเจนขึ้น
อุตสาหกรรมอาหาร การผลิตอุตสาหกรรมอาหารในภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.5% ส่วนการส่งออกลดลง 6% เนื่องจากการผลิตน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น แต่การผลิตสินค้าสำคัญส่วนใหญ่ประสบปัญหาวัตถุดิบได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการระบาดของโรค
ด้านอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ปริมาณความต้องการบริโภคเหล็กในประเทศเดือนนี้ลดลงเหลือ 1.56 ล้านตัน หรือลดลง 3.77% ขณะที่การผลิตอยู่ที่ 6.4 แสนตัน ลดลง 10.89% เนื่องจากเอกชนชะลอการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อรอดูทิศทางการเมือง สำหรับการลงทุน 2 ล้านล้านบาทยังไม่กระทบ แต่ในระยะยาวจะกระทบกับการใช้เหล็กก่อสร้างแน่นอนเพราะความต้องการใช้เหล็กลดลง







