
กองทุนเอเชียฮิตกลุ่มสุขภาพ-สินค้าอุปโภคบริโภค
กองทุนหุ้นเอเชีย นิยมลงทุนหุ้นสุขภาพ-สินค้าอุปโภคบริโภค เผยลงทุนในตลาดหุ้นจีนจนเกือบแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี
กองทุนหุ้นเอเชีย นิยมลงทุนหุ้นสุขภาพ-สินค้าอุปโภคบริโภค เผยลงทุนในตลาดหุ้นจีนจนเกือบแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี
ฝ่ายวิจัย ธนาคารเอชเอสบีซี ฮ่องกง เปิดเผยผลการศึกษาทิศทางการลงทุนของกองทุนรวมในตลาดหุ้นเอเชียในช่วง 3 เดือนแรกของปี จนถึงวันที่ 21 มี.ค. พบว่า กองทุนรวมยังคงนิยมลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและมั่นคง โดยเน้นลงทุนหุ้นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพ และหุ้นในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
ขณะเดียวกัน กองทุนหุ้นเอเชียยังให้น้ำหนักลงทุนน้อยลง ในหุ้นกลุ่มวัฏจักรธุรกิจ เช่น วัสดุก่อสร้างและอุตสาหกรรม พร้อมกับลดน้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มโทรคมนาคมและการเงิน ถึงแม้ว่าในหุ้นกลุ่มการเงินก็ยังมีเงินไหลเข้าลงทุนเพิ่มขึ้น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศยังคงเป็นหุ้นที่นักลงทุนสนใจลงทุนน้อยที่สุด
พร้อมกันนี้ ฝ่ายวิจัย ธนาคารเอชเอสบีซี รายงานว่า เดือน มี.ค. ตลาดหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) เริ่มมีเงินลงทุนไหลเข้า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังจากมีเงินไหลออกในเดือน ม.ค. 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเดือน ก.พ. อีก 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ในไตรมาสแรกมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย และตลาดหุ้นอินเดีย มีเงินทุนไหลเข้าไปลงทุนมากที่สุด โดยอินโดนีเซียมีมูลค่าซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และอินเดีย 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่เกาหลีใต้ เงินทุนไหลออกมากที่สุด 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และตลาดหุ้นไทย เงินไหลออก 900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
นอกจากนี้ กองทุนหุ้นเอเชีย ยังลงทุนในตลาดหุ้นจีนจนเกือบแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี แม้ว่ากองทุนจีนจะมีผลตอบแทนย่ำแย่จากการขายคืนหน่วยลงทุนรอบสัปดาห์สูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงกลางเดือน มี.ค.
“เดือน มี.ค. มีเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่เอเชียบางแห่ง แต่ความกังวลว่าเงินทุนไหลออกยังคงมีอยู่ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติ กังวลกับการลดมาตรการคิวอี และต้องเผชิญความกดดันซ้ำเติมจากความพยายามของจีนในการปรับสมดุลเศรษฐกิจโดยไม่ให้เกิดภาวะชะลอตัวอย่างรุนแรงและความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤติในยูเครน” เอชเอสบีซี ให้ความเห็น
ล่าสุด เอชเอสบีซี เพิ่มน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ไต้หวัน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และลดน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย จีน และอินเดีย ขณะที่ให้น้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มไอที สาธารณูปโภค และสุขภาพ







