posttoday
ธนารักษ์กั๊กที่รอไฮสปีดรางคู่

ธนารักษ์กั๊กที่รอไฮสปีดรางคู่

26 มีนาคม 2557

ขอเก็บไว้3ผืนเผื่อรัฐบาลหน้าสานต่อยันไม่ปรับเปลี่ยนราคาประเมินใหม่

ขอเก็บไว้3ผืนเผื่อรัฐบาลหน้าสานต่อยันไม่ปรับเปลี่ยนราคาประเมินใหม่

ธนารักษ์ขอกั๊กที่ราชฯ 3 จังหวัด โคราช ลพบุรี นครสวรรค์ รอรัฐบาลใหม่สานต่อไฮสปีดเทรนรางคู่

นายชาญณัฏฐ์ แก้วมณี รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ยัง เดินหน้าเจรจาส่วนราชการเพื่อขอใช้พื้นที่ราชพัสดุ 3 แปลง คือ ที่ราชพัสดุ จ.นครราชสีมา อ.ปากช่อง พื้นที่ 100 ไร่ ของกองทัพบก ใช้ทำการเกษตร ที่ราชพัสดุ จ.ลพบุรี พื้นที่ 40 ไร่ เป็นที่ตั้งของโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ศาลพระกาฬ และพระปรางค์ 3 ยอด และที่ราชพัสดุ จ.นครสวรรค์ พื้นที่ 200 ไร่ ที่กองทัพบกใช้ประโยชน์ในการปลูกหญ้าเลี้ยงม้าใน จ.นครราชสีมา ลพบุรี และนครสวรรค์

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้สำรวจพื้นที่เพื่อทำโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ใน 4 สายทาง คือ 1.กรุงเทพฯพิษณุโลก 2.กรุงเทพฯนครราชสีมา 3.กรุงเทพฯหัวหิน และ 4.กรุงเทพฯพัทยาระยอง ตาม พ.ร.บ.กู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท แต่หลังจากกฎหมายถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกไป กระทรวงการคลังแจ้งว่ายังมีช่องทางการใช้เงินลงทุนได้ เช่น การกู้เงินตามช่องทาง พ.ร.บ.หนี้สาธารณะเพื่อนำมาพัฒนาระบบเศรษฐกิจได้ 10% ของงบประมาณประจำปี หรือจะใช้แหล่งเงินจากงบประมาณประจำปี

ดังนั้น กรมธนารักษ์จึงต้องการรอให้รัฐบาลชุดใหม่ตัดสินใจว่าจะดำเนินการโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทนี้ต่อหรือไม่ หรือจะปรับเปลี่ยนอย่างไร รวมถึงต้องรอว่ากระทรวงคมนาคมจะดำเนินโครงการใดก่อนหลัง เช่น รถไฟรางคู่ ที่มีแนวโน้มเริ่มโครงการได้ก่อน แต่หากไม่มีการดำเนินการใดๆ ต่อ กรมธนารักษ์ก็จะให้ใช้ประโยชน์จากที่ราชพัสดุดังกล่าวตามเดิมต่อไป

“เชื่อว่าไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นฝั่งไหนเข้ามาก็จะมาสานต่อ ขึ้นอยู่ที่ว่าจะเข้ามาทำรถไฟรางคู่ หรือรถไฟความเร็วสูง ซึ่งมองว่าอาจจะต่างกันที่แหล่งเงินในการลงทุน แต่แนวโน้มที่มีทางเป็นไปได้ที่สุด คือ แหล่งเงินจากงบประมาณประจำปี แต่ก็จะทำให้การดำเนินงานช้าลงไปอย่างแน่นอน” นายชาญณัฏฐ์ กล่าว

นายชาญณัฏฐ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ได้พิจารณาที่ราชพัสดุที่จะนำมาใช้ในโครงการจำนวน 5 แปลง แต่มีปัญหาไม่สามารถนำมาใช้ได้ 2 แปลง คือ ที่ราชพัสดุใน จ.พิษณุโลก พื้นที่ 100 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองทัพอากาศ ใช้ประโยชน์ในการเป็นคลังแสงและคลังน้ำมันเชื้อเพลิง และที่ราชพัสดุใน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พื้นที่ 15 ไร่ ปัจจุบันศาลปกครองใช้พื้นที่ดังกล่าวอยู่ ส่วนที่ราชพัสดุอีก 3 แปลง ที่ยังเดินหน้าขอคืนพื้นที่ต่อ คือ ที่หนองปลิง จ.นครสวรรค์ ตามแผนเดิมจะนำมาทำศูนย์ซ่อมบำรุงไฮสปีดเทรน ที่ จ.ลพบุรี แผนเดิมจะใช้สร้างทางลอดใต้ดินยาว 200 เมตร ส่วนที่ จ.นครราชสีมา จะเอามาทำสถานีรถไฟความเร็วสูง

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยืนยันว่าจะยังไม่ปรับราคาประเมินที่ราชพัสดุใหม่ แม้ว่าจะมีกระแสราคาที่ดินปรับขึ้น หลังจากมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทเข้ามา เพราะการปรับราคาที่ดินต้องพิจารณาหลายด้าน และตามหลักเกณฑ์กรมธนารักษ์จะปรับราคาประเมินทุก 4 ปี โดยการพิจารณาปรับราคาประเมินครั้งใหม่จะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค. 2559

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน