
คปภ.คาดธุรกิจประกันปี57โต12.15%‏
คปภ.คาดธุรกิจประกันภัยปี 57 ทั้งระบบเติบโต 12.15% เบี้ยรวม 7.22 แสนล้านบาท คิดเป็น 6% ของจีดีพี
คปภ.คาดธุรกิจประกันภัยปี 57 ทั้งระบบเติบโต 12.15% เบี้ยรวม 7.22 แสนล้านบาท คิดเป็น 6% ของจีดีพี
นายอำนาจ วงศิพินิจวโรดม ผู้ช่วยเลขาธิการสายพัฒนาและวิเคราะห์ระบบการตรวจสอบ สำนักนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เปิดเผยว่า ปี 2557 คปภ.คาดว่าธุรกิจประกันภัยทั้งระบบจะมีเบี้ยรับรวม 7.22 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.15% สัดส่วนเบี้ยต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ จีดีพีจะขึ้นมาอยู่ที่ 5.8%-6% จากปี 2556 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 5.4%
ทั้งนี้ แยกเป็น เบี้ยประกันจากธุรกิจประกันวินาศภัย 2.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.17% และจากธุรกิจประกันชีวิต 4.98 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.06% ซึ่งเดือนแรกของปี 2557 ประกันชีวิตเติบโตประมาณ 13% เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ธุรกิจประกันวินาศภัยมีเบี้ยรับรวม 1.83 หมื่นล้านบาท เติบโตเพียง 2.43% ต่ำกว่าเป้าหมายมากจากราคาเบี้ยโดยรวมลดลง และภาวะเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ปี 2557 คาดว่าธุรกิจประกันชีวิตจะเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะนี้ไทยอยู่ในช่วงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อประกันชีวิต รวมทั้งธนาคารพาณิชย์มีการประมาณการณ์ว่ายอดปล่อยสินเชื่อจะลดลง ทำให้รายได้หลักของธนาคารลดลง จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารหันมาเพิ่มรายได้จากการขายประกันชีวิตที่เป็นรายได้เสริมเต็มที่
"ปีที่ผ่านมาการขายประกันชีวิตรายใหม่ผ่านธนาคารเติบโตมากกว่าช่องทางการขายผ่านตัวแทน คาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การขายประกันผ่านธนาคารจะขึ้นมาเทียบเท่าช่องทางการขายผ่านตัวแทน โดยเฉพาะการขายประกันสะสมทรัพย์"นายอำนาจ กล่าว
นายอำนาจ กล่าวว่า ด้านฐานะการเงินของธุรกิจประกันภัยมีความแข็งแกร่ง โดยธุรกิจประกันชีวิต มีอัตราเงินกองทุนสูงกว่ากฎหมายกำหนดอยู่ที่ 397% ส่วนธุรกิจประกันวินาศภัย มีอัตราเงินกองทุน 400.53% ซึ่งเป็นผลมาจากมีการชำระค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วมออกไปจำนวนมาก ทำให้หนี้สินลดลง
สำหรับปี 2557 ทางคปภ.จะมีความเข้มงวดในการตรวจสอบและออกไปตรวจสอบบริษัทให้ได้มากขึ้น จากอดีตที่คนไม่เพียงพอ ซึ่งได้วางแผนไว้ว่า ในการตรวจสอบบริษัทเพื่อประเมินความเสี่ยงจะสุ่มตรวจบริษัทให้ได้ 15 แห่งในปีนี้ จากปีที่ผ่านมาทำได้เพียง 5 บริษัทเพราะคนมีจำนวนไม่พอ และ ในการตรวจสอบบริษัทตามสัญญาเตือนภัยที่อาจจะพบความผิดปกติให้ได้ 10 บริษัท ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมา 18 บริษัท และ การตรวจสอบเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหา 7 บริษัท จากปีที่ผ่านมา 10 บริษัท เพราะบริษัทที่เข้าข่าย 2 กรณีหลังมีจำนวนลดลง หลังจากที่คปภ.ได้ทำการแก้ไขปัญหาไปมากแล้ว







