posttoday
ขิงดองไทย"HCF"พร้อมรุกอาเซียน

ขิงดองไทย"HCF"พร้อมรุกอาเซียน

25 มีนาคม 2557

ผักพื้นบ้านของไทย ทั้งขิง มะเขือม่วง และบ๊วย ได้รับการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งขิงดองและขิงแช่อิ่ม

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ผักพื้นบ้านของไทย ทั้งขิง มะเขือม่วง และบ๊วย ได้รับการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งขิงดองและขิงแช่อิ่ม ที่มีรสชาติรูปแบบใหม่ เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ไทย “HCF”

“นลพรรณ แย้มแขไข” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชวี่ เฉวียน ฟูดส์ ทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัทที่เข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา หลังบริษัทก่อตั้งมา 21 ปีแล้ว มีคุณพ่อเป็นผู้ก่อตั้งร่วมกับนักธุรกิจจากไต้หวัน เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจการเกษตร ต่อยอดจากอุตสาหกรรมอาหารใน จ.เชียงราย ที่ทำอยู่แล้ว

จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจระยะแรก เพื่อส่งออก ขิงดอง ขิงสไลซ์ และมะเขือม่วง ไปตลาดต่างประเทศ เน้นญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยมุ่งผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง พร้อมพัฒนารสชาติให้ถูกปากของชาวญี่ปุ่น ที่ชื่นชอบรสชาติขิงแบบเผ็ดนำ จึงสินค้าสามารถส่งออกสินค้าไปครองใจลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นนานถึง 20 ปีแล้ว

“นลพรรณ” กล่าวว่า ได้เข้ามาช่วยบริหารด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ และมุ่งผลิตสินค้าให้มีคุณภาพสูง โดยแผนรุกตลาดในประเทศ ได้เข้าไปทำตลาดผ่านร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย และในปีนี้จะขยายตลาดผ่านห้างค้าปลีก และร้านอาหารทั่วไปที่นิยมสินค้าขิงดอง มะเขือม่วง และบ๊วยดอง คาดว่าเริ่มวางจำหน่ายได้ในปีนี้ ซึ่งการทำตลาดในไทยต้องพัฒนารสชาติขิงดองให้เหมาะกับคนไทย ที่ชื่นชอบขิงมีรสหวาน และไม่เผ็ด

พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัว ขิงแช่อิ่ม สูตรไม่มีน้ำตาล เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ และไม่ต้องการอาหารที่มีรสหวาน ขิงซีอิ๊วสเห็ดหอม ที่สามารถรับประทานกับข้าวต้ม และนำไปผัดเป็นเมนูใหม่ได้ รวมทั้งขิงสามรสที่นำไปรับประทานกับเมนูอาหารต่างๆ หลังจากนี้ไปจะพัฒนาขิงให้มีรสชาติ และผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

ขณะเดียวกัน สนใจขยายกลุ่มลูกค้าไปยังคนรุ่นใหม่ ที่มีแผนพัฒนาสินค้าขิงดองร่วมกับผักชนิดอื่นๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา เนื่องจากขิงดองลูกค้าที่รับประทานส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนทำงาน และผู้สูงอายุ ดังนั้น การขยายผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ มีโอกาสขยายตลาดไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น

สิ่งสำคัญของธุรกิจการเกษตร คือ การมีทีมวิจัยและพัฒนาสินค้า (อาร์แอนด์ดี) อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งยกระดับสินค้าการเกษตร และพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีนวัตกรรมใหม่ออกมาสู่ตลาด เพื่อเปลี่ยนโฉมสินค้าเกษตรไทย และทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้มากที่สุด

ด้านกลยุทธ์สร้างแบรนด์นั้น จะเข้าไปร่วมงานแสดงสินค้าอาหารทั้งในประเทศและตลาดอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแบรนด์ “HCF” สู่กลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างชาติที่ชื่นชอบขิงดอง ประเมินว่าตลาดร้านอาหารในไทยมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะสินค้าการเกษตรไทยมีประโยชน์ โดยเฉพาะขิงดอง มะเขือม่วงดอง และบ๊วยดอง ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายสำหรับตลาดอาเซียนนั้นวางแผนจะเข้าไปทำตลาดในปี 2558 ผ่านคู่ค้าร้านอาหารและโรงแรมในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งตลาดอาเซียนมีความน่าสนใจเข้าไปทำธุรกิจ เพราะเป็นตลาดใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน แหล่งปลูกสินค้าการเกษตรจะอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคอีสาน โรงงานอยู่ จ.เชียงราย มีกำลังการผลิตขิงดอง 1 หมื่นตันต่อปี มะเขือม่วง 5,000 ตันต่อปี และบ๊วยดอง 1,000 ตันต่อปี ในปีนี้ได้ลงทุน 10 ล้านบาท เพื่อสร้างห้องเย็นเก็บสินค้าใหม่ มีกำหนดแล้วเสร็จภายในปีนี้ รองรับการขยายตลาดในและต่างประเทศถือเป็นบริษัทผลิตขิงดองรายใหญ่ในประเทศไทย

นลพรรณ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาได้ทำคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งกับเกษตรกรในประเทศลาว เนื่องจากเกษตรกรไทยปลูกขิงลดลง เพราะขิงไม่ใช่พืชที่ประกันราคาสินค้าเกษตรจากภาครัฐ ดังนั้นการขยายแหล่งปลูกไปในประเทศเพื่อนบ้าน จึงช่วยกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจให้แก่บริษัท

“ปัจจุบันมีคู่แข่งส่งออกขิงดอง 45 ราย แต่ละรายก็มีสินค้าและรูปแบบที่เหมือนกัน รวมทั้งมีคู่แข่งจากประเทศจีนที่มุ่งขายสินค้าราคาถูกด้วย แต่บริษัทมุ่งผลิตสินค้าให้มีคุณภาพสูง และใช้วัตถุดิบที่ดี ส่งผลให้ลูกค้าจากประเทศญี่ปุ่น สนใจสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทต่อเนื่อง และไม่กังวลเรื่องราคา” นลพรรณ กล่าว

ทั้งนี้ยอดขายในปีนี้จะเติบโต 50% ในประเทศ ส่วนต่างประเทศ คาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัว เพราะส่งออกในจำนวนที่คงที่ต่อเนื่องหลายปีแล้ว โดยสัดส่วนยอดขายมาจากตลาดในประเทศ 30% และส่งออก 70%

สหรสสำหรับเป้าหมายระยะยาว อยากสร้างแบรนด์ไทย “HCF” ให้ลูกค้าคนไทยและต่างชาติรู้จักมากขึ้น ให้ทุกคนรู้สึกว่า หากอยากซื้อขิงดองต้องเป็นแบรนด์ “HCF” เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน