
เสรีดาวเทียม
สองสัปดาห์ก่อน ได้หยิบยกประเด็นที่นักวิชาการด้านกฎหมายอวกาศระบุชัดว่า วงโคจรดาวเทียมของประเทศควรมีการเปิดประมูล
สองสัปดาห์ก่อน ได้หยิบยกประเด็นที่นักวิชาการด้านกฎหมายอวกาศระบุชัดว่า วงโคจรดาวเทียมของประเทศควรมีการเปิดประมูล เพื่อป้องกันการผูกขาดในกิจการดาวเทียมในประเทศไทยให้มีเอกชนรายอื่นบ้าง นอกเหนือจากไทยคมเพียงรายเดียว
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า หลังการเกิดขึ้นของ พ.ร.บ.กสทช. ปี 2553 กิจการดาวเทียมของประเทศไทยได้เปลี่ยนจากระบบสัมปทานมาอยู่ภายใต้ระบบใบอนุญาตแล้ว
ดังนั้น เอกชนรายใดที่มีความพร้อมก็สามารถมาขอใบอนุญาตที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ ไม่ใช่ระบบผูกขาดแบบที่ผ่านมาอีก
นอกจากนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับสิทธิวงโคจรดาวเทียม 6 ตำแหน่ง แต่ก็ไม่สามารถนำวงโคจรดังกล่าวมาเปิดประมูลได้ เนื่องจากวงโคจรแต่ละตำแหน่งจะมีดาวเทียมของหลายประเทศอยู่ร่วมกัน และเป็นเรื่องของการประสานงานคลื่นความถี่ระหว่างประเทศ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับไทยเพียงรายเดียว
อย่างไรก็ตาม ไอซีทีต้องการส่งเสริมให้ประเทศไทยมีดาวเทียมใช้งานให้เพียงพอในประเทศ และอยากให้ กสทช.ดำเนินการให้มีผู้ประกอบการรายอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งไอซีทีจะสนับสนุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการทุกราย เพื่อส่งเอกสารจองวงโคจรของประเทศไทยให้มากขึ้น เพราะยิ่งมีวงโคจรมากขึ้นก็เป็นข้อได้เปรียบในการเจรจาประสานงานวงโคจรระหว่างประเทศของไทยด้วย
ไอซีที ย้ำว่า สาเหตุที่ไม่มีเอกชนเข้ามาทำธุรกิจดาวเทียม เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูง และต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะการแบกรับความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการประสานงานวงโคจรไม่สำเร็จ ความเสียหายที่เกิดจากการขัดข้องของดาวเทียม หาใช่การผูกขาดแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่านักวิชาการหรือภาครัฐจะชี้แจง หรือยกเหตุผลของแต่ละฝ่ายมาสู้กัน เพื่อให้ความคิดเห็นในมุมของตัวเองถูกต้องที่สุด แต่สิ่งสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายละเลยและมองข้ามไปก็คือ มุมของผลประโยชน์ประชาชน ที่ไม่เคยมีฝ่ายใดลุกขึ้นมาถกเถียงกันว่าจะประมูลหรือไม่ประมูลวงโคจรของประเทศ เปิดเสรีหรือไม่เปิดเสรีดาวเทียม
สุดท้ายแล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากความขัดแย้งกันในครั้งนี้
อย่าลืมว่าวงโคจรเป็นทรัพย์สมบัติของประเทศที่ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของ เหตุใดภาครัฐจึงไม่เคยฟังความจากประชาชนบ้างว่า อยากจะให้ทรัพย์สมบัติของประเทศถูกจัดการไปในรูปแบบใดเพื่อประโยชน์ของประเทศ







