posttoday
โจรกรรมเงินออนไลน์

โจรกรรมเงินออนไลน์

24 มีนาคม 2557

ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ติดหนึบ หรือพึ่งพาอุปกรณ์สื่อสาร (ดีไวซ์) และเทคโนโลยี เข้ามาเป็นตัวช่วยในการใช้ชีวิตด้านต่างๆ ที่รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟนซึ่งมีแนวโน้มการขยายตัวสูงขึ้น ทำให้สถาบันการเงิน หรือธนาคารพาณิชย์หลายรายหันมาพัฒนาช่องทางการเงินออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้นเช่นกัน ส่งผลยังการทำธุรกรรมออนไลน์มีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ

ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ติดหนึบ หรือพึ่งพาอุปกรณ์สื่อสาร (ดีไวซ์) และเทคโนโลยี เข้ามาเป็นตัวช่วยในการใช้ชีวิตด้านต่างๆ ที่รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟนซึ่งมีแนวโน้มการขยายตัวสูงขึ้น ทำให้สถาบันการเงิน หรือธนาคารพาณิชย์หลายรายหันมาพัฒนาช่องทางการเงินออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้นเช่นกัน ส่งผลยังการทำธุรกรรมออนไลน์มีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ

ขณะเดียวกันก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ก่อให้เกิดอาชญากรรมไซเบอร์รูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน

สอดคล้องกับผลสำรวจ Consumer Security Risks Survey 2013 โดยบีทูบี อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทวิเคราะห์ตลาด ร่วมกับแคสเปอร์สกี้ แลป ระบุว่า อัตราการเติบโตของอาชญากรรมการเงินได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสถิติที่พบได้บ่อยๆ คือ ฟิชชิงการปลอมแปลง ทั้งการสร้างเว็บเพจปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อการขโมยเงินทางออนไลน์ เลียนแบบเพจธนาคาร ร้านค้าออนไลน์ หรือบริการชำระค่าบริการต่างๆ เพื่อลวงผู้ใช้ให้กรอกข้อมูลการเงินเข้าไปนั่นเอง

นอกจากนี้ ผู้ก่ออาชญากรรมก็ยังคงแต่งโปรแกรมมัลแวร์ที่มีความสามารถด้านการขโมยทางออนไลน์ หาทางหลบเลี่ยงการป้องกันของซีเคียวริตี้ทูลได้อยู่เรื่อยๆ

รวมถึงยังมีสิ่งน่าแปลกใจอีกประการ คือ พบว่า ผู้ร้ายมักบุกเจาะผ่านทางผู้ใช้ หรือ ยูสเซอร์มากกว่าตรงเข้าระบบไอทีของธนาคารที่มักได้รับการป้องกันเป็นอย่างดี คาดว่าจะมาจากความสะดวกที่ยูสเซอร์โดยมากมักจะลืมตัว เสี่ยงไม่ป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือดีไวซ์ของตัวเอง ละเลยกระทั่งมาตรการความปลอดภัยพื้นฐานเมื่อใช้บริการการเงินออนไลน์ โดย 28% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจไม่เคยตรวจสอบเว็บไซต์ว่าเป็นของจริงหรือไม่ ก่อนที่ยินยอมกรอกข้อมูลสำคัญต่างๆ ลงไป และ 34% ไม่เคยใช้วิธีการป้องกันข้อมูลใดๆ เลยแม้เมื่อใช้ WiFi สาธารณะ

วิสัยเช่นนี้ มักมีพื้นฐานมาจากความคิดว่าตนจะได้รับเงินคืนจากธนาคารเมื่อถูกขโมย หรือยักยอกในกรณีเป็นอาชญากรรมไซเบอร์ โดย 45% เชื่อว่าธนาคารจะจ่ายคืนเมื่อโดนขโมย และ 57% มั่นใจว่าธนาคารจะต้องรับผิดชอบดูแลในมาตรการระบบความปลอดภัยทั้งหมด

จากการโจรกรรมจากบัญชีของลูกค้านั้น มีนัยต่อธุรกิจการเงินมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เป็นตัวเงิน แต่ยังหมายรวมถึงชื่อเสียง ความเชื่อถือความภักดีของลูกค้าต่อสถาบันการเงินนั้นๆ ด้วย ดังนั้นจึงมีวิธีการต่างๆ มาใช้เพื่อป้องกันลูกค้าจากภัยโจรกรรม แต่ในความเป็นจริงพบว่า การป้องกันแบบเต็มพิกัดปกป้องการทำธุรกรรมออนไลน์ต้องมาจากโซลูชั่นที่จัดขึ้นมาโดยเฉพาะ หรือพัฒนาขึ้นมาสำหรับจัดการรับมือป้องกันการคุกคามเฉพาะด้านเฉพาะตัว จึงจะช่วยลดจำนวนการถูกโจรกรรมที่ทำให้ธนาคารต้องคืนเงินแก่ลูกค้าลงได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากประเมินความต้องการของตลาดและความเชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมไซเบอร์ แคสเปอร์สกี้ แลป ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Kaspersky Fraud Prevention สำหรับสถาบันการเงินและอีคอมเมิร์ซ โซลูชั่น เพื่อรองรับเทรนด์การใช้ชีวิตรุ่นใหม่ อาทิ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ในการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ รองรับทั้ง Windows และ Mac รวมทั้ง Android และ iOS และยังปกป้องเซิร์ฟเวอร์คอมโพเน้นท์ สามารถระบุการกระทำใดที่น่าสงสัย แม้ลูกค้าจะไม่ได้ติดตั้งใช้งานโซลูชั่นนี้บนดีไวซ์ของพวกเขาก็ตาม

จากแนวโน้มภัยไซเบอร์ทางการเงินที่ขยายตัวพร้อมพัฒนารูปแบบใหม่ๆ มากขึ้นนั้น กลุ่มผู้ใช้ หรือยูสเซอร์ ยิ่งต้องระมัดระวังและรอบคอบด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน