posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

21 มีนาคม 2557

สตง.ยืนยันการใช้เงินจ้างสื่อโรดโชว์ 2 ล้านล้านผิด กม.

สตง.ยืนยันการใช้เงินจ้างสื่อโรดโชว์ 2 ล้านล้านผิด กม.

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ยืนยันว่า การทำหนังสือลงวันที่ 11 มี.ค. 2557 ที่เสนอถึงนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงเลขที่ ตผ. 0039/08/22 ซึ่งลงนามโดยนางประพีร์ อังกินันทน์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินก็เพื่อยืนยันความเห็นให้ สลน.ทบทวนการจ่ายเงินว่าจ้างบริษัท มติชน และบริษัท สยามสปอร์ตซินดิเคท ในการ จัดงานประชาสัมพันธ์โครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 ทุกภาคทั่วประเทศจำนวน 10 จังหวัด วงเงิน 240 ล้านบาท เป็นการว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามารับงานนี้ โดยวิธีพิเศษเป็นการดำเนินการที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่างเปิดเผยโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งอาจจัดจ้างในราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น และอาจเข้าข่ายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 อาจทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย

เตือนผู้นำเข้าสินค้าราคาต่ำจากอิตาลี

นางปัทมา สิงหรา ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี แจ้งเตือนผู้นำเข้าสินค้า จากอิตาลีใช้ความระมัดระวังในสินค้าที่มีส่วนผสมของไข่และชีส เนื่องจากอาจเป็นสินค้าที่สหภาพยุโรป (อียู) ให้ผู้ผลิตอิตาลีแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสารไดออกซิน หลังจากมีการตรวจพบสารตกค้างในผลิตภัณฑ์ไข่และ นมปริมาณสูงในหลายพื้นที่สำคัญของอิตาลี โดยเฉพาะรอบเขตพื้นที่ อุตสาหกรรมในแคว้นลอมบาร์เดีย

“กรรมาธิการด้านสาธารณสุขแห่งอียูแสดงทัศนะว่า เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจถึงความปลอดภัยและเพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน จะไม่อนุญาตให้มีการวางจำหน่ายไข่ที่มีระดับไดออกซินและซีบีเอสสูงเกินกว่าปริมาณที่กำหนดไว้ในเขตอียู เหล่าประเทศสมาชิกต้องแสดงถึงความรับผิดชอบ โดยกำหนดมาตรการที่จำเป็น เพราะผู้ผลิตอาจเล็งเป้าหมายในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศอื่นๆ เช่น เอเชีย รวมถึงประเทศไทย ที่ ต่างนิยมนำเข้าสินค้าอาหารจากอิตาลี เช่น พลาสตาสดที่มีไข่เป็นส่วนผสมและชีส เป็นต้น” นางปัทมา กล่าว

ปั้นสหกรณ์อาเซียนแข่ง AEC

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้มอบหมายให้กลุ่มวิจัยและพัฒนา ดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ในอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมองค์กรและภาคสหกรณ์ไทย เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 ผลการศึกษาพบว่าสหกรณ์ใน10 ประเทศ ใช้บริการสอบบัญชีที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับข้อบังคับและหลักการสหกรณ์ของแต่ละประเทศ ซึ่งมีทั้งการสอบบัญชีสหกรณ์ โดยบริษัทเอกชนและจากหน่วยงานภาครัฐ

ทั้งนี้ พบว่าประเทศที่มีการสนับสนุนงานบริการตรวจสอบบัญชีจากหน่วยงานภาครัฐมี 2 ประเทศ คือ ไทยและมาเลเซีย ซึ่งเหมือนกันในเรื่องวิธีการตรวจสอบบัญชี โดยมีการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์โดยผู้สอบบัญชี (External Audit) และมีการตรวจสอบกิจการ (Internal Audit) โดย ผู้ตรวจสอบกิจการด้วย ทำให้ได้เปรียบประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะการลดภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ สามารถช่วยลดต้นทุนได้ และการที่มีผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์คอยสอดส่องดูแลการดำเนินงานของสหกรณ์อย่างใกล้ชิด และคอยถ่วงดุลอำนาจหน้าที่การบริหารจัดการของคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ จะทำให้สหกรณ์ดำเนินกิจการอย่างถูกต้อง โปร่งใส ช่วยลดปัญหาการทุจริต มีความเข้มแข็งและมั่นคงขึ้น

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า งานสอบบัญชีสหกรณ์เป็นงานบริการ สนับสนุนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการดำเนินกิจการของสหกรณ์ ปีนี้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้มีแผนเร่งพัฒนาสมรรถนะผู้สอบบัญชีสหกรณ์ที่มีจำนวน 700-800 คน ให้มีศักยภาพ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน