
บังคับคดีเลิกคืนภาษีขายทรัพย์
เริ่มตั้งแต่1เม.ย.นี้โยนให้ผู้ซื้อจ่ายเองหวังลดภาระลูกหนี้
เริ่มตั้งแต่1เม.ย.นี้โยนให้ผู้ซื้อจ่ายเองหวังลดภาระลูกหนี้
กรมบังคับคดี เลิกคืนภาษีค่าโอนให้ผู้ซื้อทรัพย์ ดีเดย์ 1 เม.ย. หลังเป็นภาระลูกหนี้ต้องจ่ายเพิ่ม
รายงานข่าวจากกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมบังคับคดีได้ออกประกาศกรณีผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาด ต่อไปจะต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน ภาษีอื่นๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์และค่าอากรตามประมวลรัษฎากรเองทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้เป็นต้นไป โดยผู้ซื้อทรัพย์จะไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินจากการชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย หรือค่าอากรแสตมป์มาขอรับเงินคืนจากเจ้าพนักงานบังคับคดี หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เหมือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กรมบังคับคดีได้ออกประกาศให้ผู้ที่ประมูลซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดสามารถใช้ใบเสร็จค่าธรรมเนียมการโอน ค่าภาษีต่างๆ ที่ต้องชำระหลังจากขายอสังหาริมทรัพย์และค่าอากรตามประมวลรัษฎากร อัตรา 2% มายื่นขอเงินภาษีคืนจากกรมบังคับคดีได้ เพื่อจูงใจให้มีการซื้อทรัพย์จากการบังคับคดี หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540
อย่างไรก็ตาม กรมบังคับคดีต้องยกเลิกประกาศการคืนภาษีและค่าโอนทรัพย์ดังกล่าว เนื่องจากในทางปฏิบัติได้เกิดปัญหาขึ้น เพราะเงินที่คืนให้กับผู้ประมูลซื้อทรัพย์ได้นั้น กรมบังคับคดีใช้วิธีหักจากราคาทรัพย์ที่ขายได้ สุทธิเหลือเท่าไหร่จึงจะคืนให้กับเจ้าหนี้ ทำให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้น้อยกว่ามูลค่าหนี้ที่ควรจะได้ และกลายเป็นภาระของลูกหนี้ที่ต้องหาเงินมาชำระเจ้าหนี้ในส่วนที่ขาดไปจากการขายทรัพย์ให้ครบถ้วนตามสัญญาที่มีไว้กับเจ้าหนี้
นอกจากนี้ การคืนภาษีดังกล่าวยังมีปัญหาเกี่ยวกับกฎระเบียบของกรมสรรพากรที่กำหนดไม่ให้มีการคืนเงินภาษีให้กับกรมบังคับคดี เนื่องจากกรมบังคับคดีไม่ใช่เป็นเจ้าของทรัพย์โดยตรง
ก่อนหน้านี้ กรมบังคับคดีออกกฎดังกล่าว เพราะต้องการที่จะกระตุ้นยอดการขายทอดตลาดหลักทรัพย์ในช่วงเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินประมาณปี 2540 แต่ปัจจุบันสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจ ดีขึ้น และกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จึงต้องยกเลิก รวมทั้งเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับลูกหนี้และกรมบังคับคดี รวมถึงความยุติธรรม ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป ผู้ประมูลซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดีจะต้องเป็นผู้รับภาระจ่ายค่าภาษีการโอนเอง
ปัจจุบันกรมบังคับคดีมีสินทรัพย์ที่รอการขายทอดตลาดโดยรวมอยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท และมีเป้าหมายการผลักดันขายสินทรัพย์ทอดตลาดปีละ 45 หมื่นล้านบาท ค่าธรรมเนียมการโอนสินทรัพย์โดยเฉลี่ยประมาณ 2% หรือคิดเป็นเงิน 800-1,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เพื่อกระตุ้นการขายทรัพย์ทอดตลาด กรมบังคับคดียังได้ออกกฎกระทรวงปรับปรุงการวางหลักประกันของผู้ซื้อทรัพย์ เพื่อป้องกันการประวิงเวลา และเตรียมที่จะมีการขึ้นบัญชีบุคคลที่มีประวัติประวิงเวลาการขายทอดตลาด หรือประมูลชนะแล้วไม่มาจ่ายเงิน ปัจจุบันมีประมาณ 1,000 คน







