posttoday
ไทยผงาดอุตฯ อาหารสัตว์ต่างแดนสวนทางส่งออกวัตถุดิบร่วง

ไทยผงาดอุตฯ อาหารสัตว์ต่างแดนสวนทางส่งออกวัตถุดิบร่วง

20 มีนาคม 2557

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถือเป็นพืชหลักที่ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 39.7%

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถือเป็นพืชหลักที่ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 39.7% ของปริมาณการใช้วัตถุดิบทั้งหมดเพื่อการผลิตอาหารสัตว์ในปี 2552 และที่ผ่านมาประเทศไทยมีการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อรองรับและต่อยอดอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี

แม้ว่าผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยโดยรวมจะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ แต่ประเทศไทยได้ส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย เนื่องจากราคาข้าวโพดในตลาดโลกสูงกว่าราคาภายในประเทศ

กัมปนาท วิจิตรศรีกมล นักวิจัยจากสำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฉายภาพงานวิจัยเชิงนโยบายเกษตรกรณีอนาคตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไทยและการก้าวต่อไปเพื่อรองรับกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ว่า เมื่อเปิดเออีซีจะทำให้การลงทุนของไทยในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนลดลง ขณะที่การส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กลับมีแนวโน้มลดลง โดยประเทศไทยจะมีการลงทุนเพื่อขยายฐานการผลิตอาหารสัตว์ในต่างประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ ก่อนมีการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (อาฟตา) ประเทศไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศสหรัฐอเมริกาและอาร์เจนตินาเป็นหลัก แต่หลังจากเปิดอาฟตา ไทยหันมานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ได้แก่ กัมพูชาและลาวแทนและส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปยังอินโดนีเซียและมาเลเซียด้วย

“จากการศึกษาพบว่า การเปิดเออีซีจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของนักลงทุนไทย ซึ่งจะย้ายไปลงทุนขยายการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เนื่องจากมีค่าแรงถูกกว่า และมีวัตถุดิบพร้อม โดยที่ผ่านมา นักลงทุนไทยส่วนหนึ่งได้ออกไปทำอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในประเทศลาว และกัมพูชาบ้างแล้ว”

สำหรับการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกเมล็ดพันธุ์อันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน ตลาดส่งออกสำคัญของไทยคือ เวียดนาม อินโดนีเซียและมาเลเซีย

แต่ทั้งนี้ การส่งออกเมล็ดพันธุ์ของไทยมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมีต้นทุนสูงกว่าประเทศอื่น โดยในปี 2555 มูลค่าการส่งออกเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ที่ 1,600 ล้านบาท ลดลงจากปี 2554 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท

ด้านภาคเอกชนอย่าง บุญญานาถ นาถวงษ์ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจ บริษัท มอนซานโต้ ไทยแลนด์ ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชรายใหญ่ ให้มุมมองว่า ข้อมูลของกระทรวงเกษตรของสหรัฐคาดว่าในปี 2593จะมีความต้องการข้าวโพดเพิ่มเป็น 14 ล้านตัน แต่พื้นที่การเพาะปลูกในอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนามไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมถึงปากีสถาน จะลดลง 14% ส่งผลให้ต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ 24% เพื่อให้ทันต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งความต้องการอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น 45% อาหารคนและการบริโภคด้านอื่นอีก 35% ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะยังไม่สามารถปรับปรุงพันธุ์ให้ดีขึ้นได้ ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกลดลง

“ภาคเอกชนมีความเห็นว่าประเทศไทยมีโอกาสยกระดับเป็น ‘ซูเปอร์มาร์เก็ตเมล็ดพันธุ์’ เพราะมีศักยภาพในการเป็นผู้ป้อนเมล็ดพันธุ์ ปัจจัยการผลิต เครื่องจักรกลการเกษตร และการฝึกอบรมแก่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเกิดขึ้นได้ด้วยการรวมตัวกับประเทศข้างเคียง เช่น กัมพูชา ลาวและพม่า”

มาถึงวันนี้ ต้องยอมรับว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชเกษตรอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการใช้นโยบายแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร รวมทั้งการเร่งรัดขยายพื้นที่ปลูกยางพาราเพราะหวังว่าจะได้ราคาดี ซึ่งหากยังปล่อยไว้อาจกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารทั้งสำหรับมนุษย์และสัตว์ได้ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค