
ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากันยัง?
เพื่อนๆ คงยื่น ภ.ง.ด 90 หรือ ภ.ง.ด 91 กันเรียบร้อยแล้วนะครับ ปีนี้หลายคนคงได้เงินคืนกันจากการปรับฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่จาก 5 ขั้นเป็น 7 ขั้น ดังนั้น เมื่อได้เงินคืนกันแล้ว ใครที่ยังไม่ยื่น แนะนำรีบยื่นนะครับ ยิ่งยื่นเร็ว ยิ่งได้เงินคืนเร็ว อย่ารอช้าจนไปถึงวันสุดท้ายค่อยยื่นครับ เพราะคนจะเยอะ เสียเวลา และที่สำคัญกว่าจะได้เงินคืนอาจต้องรอนาน
เพื่อนๆ คงยื่น ภ.ง.ด 90 หรือ ภ.ง.ด 91 กันเรียบร้อยแล้วนะครับ ปีนี้หลายคนคงได้เงินคืนกันจากการปรับฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่จาก 5 ขั้นเป็น 7 ขั้น ดังนั้น เมื่อได้เงินคืนกันแล้ว ใครที่ยังไม่ยื่น แนะนำรีบยื่นนะครับ ยิ่งยื่นเร็ว ยิ่งได้เงินคืนเร็ว อย่ารอช้าจนไปถึงวันสุดท้ายค่อยยื่นครับ เพราะคนจะเยอะ เสียเวลา และที่สำคัญกว่าจะได้เงินคืนอาจต้องรอนาน
สมมติว่า ปีนี้เราได้ภาษีคืน 5 หมื่นบาท ถ้ายื่นช้าอาจต้องรอถึง 2 เดือนกว่าจะได้ภาษีคืน และตอนได้ภาษีคืน กรมสรรพากรก็จ่ายแค่ 5 หมื่นบาทนะครับ ดอกเบี้ยไม่ให้ครับ เท่ากับเราให้กรมสรรพากรยืมเงินฟรีๆ ตั้ง 2 เดือนแน่ะ และยิ่งปีนี้ที่คนจะได้เงินคืนจะมีเยอะกว่าปกติด้วยแล้ว ยิ่งไม่ควรยื่นช้า เพราะกว่าจะได้เงินคืนน่าจะนานกว่าปีก่อนๆ เผลอๆ กว่าจะได้เงินคืน อาจเกินกว่า 2 เดือนก็เป็นได้ แต่หากจำเป็นต้องยื่นช้า เช่น อาจต้องรอเอกสารให้ครบ หรือ ยังยุ่งอยู่ ฯลฯ ยังไงอย่าช้าเกินวันที่ 31 มี.ค. หรือ 8 เม.ย.สำหรับผู้ที่ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะนอกจากได้เงินคืนช้าแล้ว แถมถ้าเราไม่ยื่นแบบฯ ภายในกำหนดเวลา เราก็จะมีความผิดในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ
1.โทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
๐ ยื่นแบบฯ เกินกำหนดเวลาไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลา ปรับ 100 บาท
๐ ยื่นแบบฯ เกินกำหนดเวลาเกิน 7 วันนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลา ปรับ 200 บาท
๐ ยื่นแบบฯ เกินกำหนดเวลาและเจ้าหน้าที่ตรวจพบ ปรับ 1,000 บาท
2.ความรับผิดกรณีเงินเพิ่ม
กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีแต่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีภายในกำหนดเวลา ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระนั้น (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน) นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการจนถึงวันชำระภาษี
3.ความรับผิดกรณีเบี้ยปรับ
กรณีเจ้าพนักงานตรวจสอบออกหมายเรียก และปรากฏว่ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการไว้หรือยื่นแบบแสดงรายการไว้ แต่ชำระภาษีขาดหรือต่ำไป นอกจากจะต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มตามข้อ 2 แล้ว ยังจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีก 1 เท่า หรือ 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องชำระแล้วแต่กรณี เงินเบี้ยปรับดังกล่าวอาจลดหรืองดได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
เห็นเปล่าครับ นอกจากต้องเสียค่าปรับแล้ว ยังต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน เทียบแล้วเท่ากับ 18% ต่อปีสูงพอๆ กับดอกเบี้ยบัตรเครดิตเลยทีเดียว เมื่อรู้ข้อเสียของการยื่นช้าแล้ว คนที่ได้ภาษีคืน ยิ่งยื่นเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ส่วนคนที่ต้องเสียภาษีเพิ่ม ถ้าจะยื่นช้า เพื่อต้องการเก็บเงินไว้กับตัวให้นานที่สุด ก็ OK ครับ แต่ยังไง อย่ายื่นเกินกำหนดเวลาแล้วกัน
เออ! แล้วสำหรับคนที่ไม่มีภาษีต้องชำระล่ะ เช่น อาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายถูกต้องครบถ้วนแล้ว หรือ มีเงินได้ไม่มากพอที่จะอยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษี ถ้ายื่นเกินกำหนดเวลา ต้องเสียค่าปรับ หรือ เงินเพิ่มหรือไม่ ถ้าเป็นกรณีเราไม่มีภาษีต้องชำระ แต่เรายื่นช้าเกินกำหนด เราก็ต้องชำระค่าปรับตามข้อ 1 เพียงอย่างเดียวครับ ส่วนเรื่องเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับไม่ต้องเสียครับ
เมื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีแล้ว เราควรจะเก็บเอกสารไว้กี่ปี
ตามกฎหมายภาษี กำหนดให้เราต้องเก็บเอกสารไม่น้อยกว่า 5 ปีเพื่อไว้เผื่อสำหรับกรณีกรมสรรพากรเรียกขอข้อมูลเพิ่ม แต่ทั้งนี้ต้องภายใต้เงื่อนไขต้องยื่นแบบทุกปีนะครับ ไม่ว่าผู้เสียภาษีจะยื่นถูกหรือยื่นผิดก็ตาม โดยปกติเจ้าพนักงานกรมสรรพากรมีสิทธิประเมินภาษีย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี (ไม่นับปีปัจจุบัน) เช่น ถ้าปัจจุบันปี 2548 ก็ย้อนหลังได้คือปี 2546-2547 เป็นต้น
แต่ถ้าบังเอิญเจ้าพนักงานกรมสรรพากรตรวจสอบแล้วพบว่าเราอาจหลีกเลี่ยงภาษี เจ้าพนักงานกรมสรรพากรมีอำนาจประเมินขยายเวลาได้ถึง 5 ปี ฉะนั้นจึงควรเก็บเอกสารให้เกิน 5 ปี (จะทำลาย ค่อยทำลายในปีที่หก) แต่ถ้าไม่เคยยื่นแบบเลย สรรพากรสามารถประเมินย้อนหลังได้ไม่เกิน 10 ปีครับ
สรุปง่ายๆ ถ้าเราเป็นคนที่ยื่นแบบภาษีฯ สม่ำเสมอทุกปี เก็บเอกสาร 5 ปีพอ แต่ถ้าไม่เคยยื่นแบบภาษีฯ เลย ต้องเก็บเอกสารไว้เผื่อกรมสรรพากรตรวจ 10 ปีครับ







