posttoday
ช.การช่างแก้เกมงานรัฐสะดุดหันสร้างรายได้ยาว-เร่งบุกอาเซียน

ช.การช่างแก้เกมงานรัฐสะดุดหันสร้างรายได้ยาว-เร่งบุกอาเซียน

20 มีนาคม 2557

ถือเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่ปรับตัวรับกับวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศที่ผันผวนมาแล้วหลายครั้งหลายครา สำหรับบริษัท ช.การช่าง หรือซีเค ที่ได้ถ่วงน้ำหนักการลงทุนทั้งภาครับเหมาก่อสร้าง รวมไปถึงเข้าไปร่วมลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐานหลายรูปแบบ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นโดยไม่ผูกกับรับเหมาก่อสร้างเพียงอย่างเดียว

ถือเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่ปรับตัวรับกับวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศที่ผันผวนมาแล้วหลายครั้งหลายครา สำหรับบริษัท ช.การช่าง หรือซีเค ที่ได้ถ่วงน้ำหนักการลงทุนทั้งภาครับเหมาก่อสร้าง รวมไปถึงเข้าไปร่วมลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐานหลายรูปแบบ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นโดยไม่ผูกกับรับเหมาก่อสร้างเพียงอย่างเดียว

ปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า กว่า 41 ปี ที่บริษัท ช.การช่าง ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมา ได้ปรับตัวให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด โดยไม่เน้นการสร้างรายได้จากการก่อสร้างที่เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็จบ แต่ต้องให้ความสำคัญกับโครงการที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาว หรือมีสัมปทานการลงทุนระยะยาว ผ่านการลงทุนบริษัทในเครือที่เข้าไปลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากงานก่อสร้างภาครัฐ 30-40% ที่เหลือ 60-70% เป็นการเข้าไปร่วมลงทุนกับบริษัทในกลุ่มทางด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ประกอบด้วย บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ บริษัท น้ำประปาไทย บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ และบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์

แม้พระราชบัญญัติกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะถูกศาลตัดสินว่าขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้าง แต่จะไม่กระทบต่อรายได้ของบริษัทอย่างแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีงานก่อสร้างที่รอรับรู้รายได้หรือแบ็กล็อก อยู่ในมือสูงถึงกว่า 1.1 แสนล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ไปจนถึงปี 2559 คาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่บริษัทไม่ต่ำกว่าปีละกว่า 3 หมื่นล้านบาท และจะรักษากำไรเบื้องต้นไม่ต่ำกว่าปีละ 8-10%

นอกจากนี้ ยังมีงานที่รอเซ็นสัญญาในปีนี้อีกหลายโครงการ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น เฟส 2 โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำบากในลาว พร้อมกันนี้ยังมีงานก่อสร้างเพิ่มเติมสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่งสมุทรปราการ และงานเพิ่มเติมอื่นๆ ในโครงการที่ดำเนินการอยู่

สำหรับปี 2557 มีโครงการที่บริษัทเตรียมยื่นประมูลงานอีก 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิตสะพานใหม่คูคต ระยะทาง 19 กิโลเมตร 2.โครงการรถไฟทางคู่ คลอง 19แก่งคอย และ 3.โครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 รวมมูลค่ากว่า 8.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดว่าจะได้งานประมาณ 20-25% ของมูลค่างานทั้งหมด

“หลังจากที่ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทไม่เกิดขึ้นนั้น จะทำให้การก่อสร้างล่าช้าออกไปบ้าง ประมาณ 1 ปี หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกิน 3 ปี แต่ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะไม่ทำแล้ว เพราะระบบสาธารณูปโภคถือเป็นความจำเป็นของประเทศ และไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็จะต้องดำเนินการต่อเนื่อง แต่คงจะต้องแยกออกมาทำเป็นรายโครงการ แต่หากคิดเป็นมูลค่ารวมก็ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี” ปลิว กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเดินหน้ารุกตลาดรับงานก่อสร้างในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะการรับเหมาก่อสร้างและการลงทุนในสัมปทานที่ประเทศพม่าและลาว ที่เห็นยังมีโอกาสเข้ารับงานได้สูง ซึ่งในลาว บริษัทมีชื่อเสียงและได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลลาว และเชื่อว่าจะได้งานอย่างต่อเนื่อง ส่วนในประเทศพม่ามองว่ามีโอกาสมาก เพราะเป็นประเทศที่ขาดแคลนระบบสาธารณูปโภคจำนวนมาก ทั้งระบบถนนหนทาง ระบบประปา รวมถึงการสร้างเขื่อน ส่วนเวียดนามและกัมพูชา บริษัทก็มองว่ามีโอกาสในการเข้าไปลงทุนเช่นเดียวกัน

“การเข้าไปลงทุนในพม่ารีบร้อนไม่ได้ เพราะต้องมีกฎหมาย มีระบบธนาคาร ตลาดทุนที่ยังไม่ชัดเจนและยังไม่เกิดขึ้น แต่โอกาสได้งานมีเยอะ ถ้ารีบก็จะเกิดความเสี่ยง โครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่ทำแค่ 34 ปี เพราะต้องศึกษาติดตามอยู่ตลอดเวลา” ปลิวย้ำ

วรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบัญชีและการเงิน กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะใช้เงินลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท และปีหน้าจะลงทุนอีก 1,000 ล้านบาท ในบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ เพราะเป็นโครงการที่ต้องลงทุนต่อเนื่องถึงปี 2560 ขณะที่ในปีนี้บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท โดยได้ออกไปแล้ว 3,000 ล้านบาท ซึ่งที่เหลืออีก 2,000 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะออกในช่วงปลายปีนี้ เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้สนใจ

ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวย่างของบิ๊กรับเหมาก่อสร้างอย่าง ช.การช่าง ในภาวะที่ธุรกิจก่อสร้างในประเทศยังเอาแน่เอานอนไม่ได้

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร