posttoday
ปั้นแผนพัฒนาอุตฯรถไฟฟ้าไทย

ปั้นแผนพัฒนาอุตฯรถไฟฟ้าไทย

13 พฤษภาคม 2553

 

 

 

โพสต์ทูเดย์ — สศอ.จัดแผนพัฒนาอุตฯ รถไฟฟ้าระยะ 2 รวบรวมข้อมูลผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ รองรับประมูลงานขนส่งระบบรางในอนาคต

นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.ได้จัดทำโครงการศึกษาวิจัยแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง ระยะที่ 2 ขึ้นในปี 2553

แผนดังกล่าวจะครอบคลุมส่วนของอุตสาหกรรมการขนส่งระบบรางทั้งหมด และจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการผลิตชิ้นส่วน เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่ยื่นประมูลโครงการขนส่งระบบรางในอนาคต

ตลอดจนเน้นจัดทำโรดแมปแต่ ละส่วนของการพัฒนาอุตสาหกรรมขนส่งทางราง เพื่อเป็นแนวทางสนับสนุนพัฒนาเทคโนโลยีและกำลังคน กำหนดกรอบนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมของภาครัฐ และจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับหน่วยงานต่างๆ

ข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมในครั้งนี้ จะจัดทำเป็นแผนพัฒนาอุตสาหกรรม 20 ปี แบ่งเป็นระยะสั้น ปานกลาง และระยะยาว โดยคำนึงถึงผลกระทบในด้านต่างๆ อย่างรอบด้าน ซึ่งจะนำเสนอต่อรัฐบาลให้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางทั้งระบบของประเทศ ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ และจะเป็นตัวเสริมสร้างการพัฒนาขีดความสามารถให้แก่ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ให้มีมาตรฐาน

โครงการดังกล่าวเป็นแผนต่อเนื่องจากแผนระยะที่ 1 ที่จัดทำขึ้นในปี 2552 ที่ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างอุตสาห กรรมรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในประเทศ และรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย ซึ่งได้จ้างสถาบันการขนส่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นที่ปรึกษาโครงการ และปัจจุบันได้ดำเนินการศึกษาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

 

“สศอ.เห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ และส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง สร้างโอกาสทางการตลาดให้กับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก ก่อสร้าง ยานยนต์ และชิ้นส่วน ไฟฟ้าและอิเล็กทรอ นิกส์ พลาสติก เป็นต้น ให้ร่วมเป็นเครือข่ายผลิตชิ้นส่วนให้อุตสาห กรรมขนส่งระบบรางของโลกได้” นางสุทธินีย์ กล่าว

**ทั้งนี้ จากการประชุมระดมสมอง และรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงวิทยาศาสต์และเทคโนโลยี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท) และผู้ประกอบการหลายรายที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะสามารถผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน เพื่อใช้สำหรับการขนส่งระบบรางได้ ทั้งในส่วนของงานก่อสร้าง งานระบบราง การประกอบตัวรถไฟ / รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน งานระบบไฟฟ้า และงานระบบอาณัติสัญญาต่างๆ เพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในด้านนี้ ซึ่งที่ผ่านมาต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้สูญเสียงบประมาณกับการซื้อและนำเข้าอุปกรณ์ต่างๆ จากต่างประเทศ และต้องพึ่งพาเทคโนโลยีระบบรางจากต่างประเทศตลอดไป

 

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย