
เกษตรฯทุ่ม100ล.อุ้มชาวนาสู้อาฟตา
เปิดศูนย์ข้าวนำร่อง5จังหวัด พัฒนาพันธุ์ลดต้นทุนผลิต
โพสต์ทูเดย์
— เกษตรฯ จัดสรรงบ 131 ล้านบาท ผุดโครงการศูนย์ข้าวชุมชน พัฒนาศักยภาพการผลิตนำร่อง 5 จังหวัด รับมือเสรีอาฟตานายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมจัดสรรงบประมาณ 131 ล้านบาท จากกองทุนการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ ทำโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวและสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนา เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (อาฟตา) รวม 3 ปี ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2553เม.ย. 2555
ทั้งนี้ การตั้งศูนย์ข้าวชุมชนจะนำร่อง 5 จังหวัด ประกอบด้วย อ่างทอง นครสวรรค์ สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุดรธานี เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพการผลิตของชาวนาและองค์กรชาวนาให้เข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งทางการค้า และเพื่อลดผลกระทบจากการเปิดตลาดข้าวภายใต้อาฟตา โดยกรมการข้าวเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พร้อมกันนี้ ได้จัดทำหมู่บ้านต้นแบบลดต้นทุนการปลูกข้าวในพื้นที่นำร่อง 6 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ อุดรธานี อำนาจเจิญ นครสวรรค์ อ่างทองและนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อไปทั้งหมดจะผลิตเมล็ดข้าวพันธุ์ดีให้เพียงพอต่อการกระจายสู่ชาวนาทั่วประเทศ และจะเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องการลดต้นทุน เพื่อให้แข่งขันกับคู่แข่งได้ เช่น เวียดนาม สหรัฐ อินเดีย และปากีสถาน
ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรที่มีอาชีพทำนากว่า 3.7 ครัวเรือน หรือคิดเป็น 64% ของเกษตรกรทั่วประเทศ สามารถผลิตข้าวเพื่อบริโภคและส่งออกอันดับ 1 ของโลก แต่ขณะเดียวกันประเทศไทยก็มีคู่แข่งในการส่งออกที่สำคัญ เช่น เวียดนาม สหรัฐอเมริกา อินเดีย และปากีสถาน แต่ผลผลิตเฉลี่ยข้าวของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำเฉลี่ยเพียง 453 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ผลผลิตในอาเซียนเฉลี่ยสูงถึง 638 กิโลกรัมต่อไร่ สาเหตุมาจากการขาดแคลนระบบชลประทาน ดิน มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ
นอกจากนี้ ไทยยังขาดเมล็ดพันธุ์ที่ดี เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิตสูง ซึ่งการจัดทำโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าว และสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนาเพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน มีเป้าหมายยกระดับผลผลิตข้าวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้สูงขึ้น ลดต้นทุนการผลิตข้าวให้สามารถแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน และให้ศูนย์ข้าวชุมชนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ในการผลิตข้าวของชาวนา ให้มีความสามารถในการผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่ม
นอ การดำเนินงานผ่านศูนย์ข้าวชุมชน จะมีการดำเนินในการถ่ายทอดความรู้ การจัดการเมล็ดพันธุ์ดี การลดต้นทุนการผลิต การจัดการกับศัตรูข้าว รวมถึงการถ่ายทอดความรู้โดยทำเป็นแปลงสาธิตการเรียนรู้ โดยกรมการข้าวจะทำแบบบูรณาการ ทั้งระบบพยากรณ์เตือนภัย จากปัญหาศัตรูพืช โดยเฉพาะ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพื่อ สร้างชาวนามืออาชีพและการสร้างชาวนารุ่นใหม่เพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนและนำไปสู่การพัฒนาความรู้เรื่องข้าวแบบครบวงจรทั้งเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวและการสร้างมูลค่าเพิ่ม การแปรรูป







