
"ถวิล"เปิดภาระกิจปลุกสมช.มืออาชีพ
ถวิล เปลี่ยนศรี ในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำจะกลับคืนถิ่นในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
โดย...ปริญญา ชูเลขา
ถวิล เปลี่ยนศรี ในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำจะกลับคืนถิ่นในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ภายในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 18 มี.ค.นี้
แม้ถวิลจะเหลืออายุราชการเพียง 5 เดือน แต่ก้าวแรกที่เขาได้กลับ สมช.เขาประกาศทันทีว่าจะเข้าไปเก็บกวาดบ้านภายใน สมช.เสียใหม่
ถวิล กล่าวถึงภารกิจแรกคือ การฟื้นฟูความเป็นมืออาชีพของ สมช.ในฐานะที่เป็นฝ่ายข้าราชการประจำกลับคืนมา ไม่ใช่ไปรับใช้ฝ่ายการเมือง เพราะในช่วงที่ผ่านมา สมช.ไม่มีความเป็นมืออาชีพ เสื่อมและถดถอยลงไปมากสมัย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เพราะเดินตามเกมการเมืองมากเกินไป ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่องานด้านความมั่นคง ทำนองเดียวกัน ถ้าหาก สมช.สามารถทำงานด้านความมั่นคงอื่นๆ ได้ดีด้วยก็จะเป็นประโยชน์และเป็นผลงานของรัฐบาลด้วย
“เมื่อเข้าไปเป็นเลขาธิการ สมช.วาระแรกจะเสนอ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม คืนความเป็นธรรมแก่ คุณสมเกียรติ บุญชู ที่ปรึกษานายกฯ อดีตรองเลขาธิการ สมช. ซึ่งแม้จะทราบว่าคนเด้งคุณสมเกียรติ คือ นายกฯ ย่อมจะเป็นเรื่องยากหรือไม่มีความเป็นไปได้ที่นายกฯ จะยอมคืนเก้าอี้ให้คุณสมเกียรติกลับคืนตำแหน่งด้วยการเสนอเรื่องให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา แต่ผมก็จะทำในฐานะเลขาธิการ สมช. เพราะเห็นว่าคนทำงานจริงในองค์กรตลอดช่วงชีวิตที่อยู่ สมช.มาด้วยกันเกือบ 30 ปี ควรได้รับความเป็นธรรมซึ่งมั่นใจว่านายกฯ น่าจะเข้าใจเรื่องนี้”
“อยากให้นายกฯ รับทราบว่า ความผิดอย่างเดียวที่คุณสมเกียรติมีจึงถูกเด้งพ้น สมช. เพราะคุณสมเกียรติไม่ใช่พรรคพวกของท่าน (ยิ่งลักษณ์) และทำงานใน สมช.มากว่า 30 ปีเท่านั้น ไม่ว่านายกฯ จะว่าอย่างไร ผมก็ต้องทำ ถึงแม้นายกฯ จะปฏิเสธ แต่ก็ยังหวังว่านายกฯ จะมีความคิดถึงความถูกต้องตรงจุดนี้อยู่บ้าง”
สำหรับตำแหน่งรองเลขาธิการ สมช. ที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู ตท. 14 เพื่อนสนิท พล.ท.ภราดร นั่งทับรองเลขาฯ สมช.ก็ย้ายข้ามห้วยมาจากกองบัญชาการกองทัพไทยก็อยากถามหาจิตสำนึกและความชอบธรรมด้วยเช่นกัน เพราะการที่ พล.ท.พงศกร ได้ย้ายเข้ามาเพราะเป็นพรรคพวกเดียวกับ พล.ท.ภราดร และในขณะที่ย้ายเข้ามาคุณสมบัติไม่ครบ แต่กลับมาเบียดหรือเหยียบบ่าคนอื่นขึ้นมาได้ดี ดังนั้น พล.ท.พงศกร ควรขอย้ายตัวเองออกไปตาม พล.ท.ภราดร ไปดีกว่า เพราะถึงอยู่ต่อไปก็ไม่ได้เป็นประโยชน์ใดต่อองค์กร สมช.แห่งนี้
ถวิล กล่าวอย่างมั่นใจว่าไม่กังวลแรงเสียดทานทางการเมืองในการทำงานกับผู้บังคับบัญชา
“ผมไม่ได้กลัวท่านนายกฯ ท่านปึ้ง หรือท่านเฉลิม จะมาแกล้งอะไรกับผมหรอก ท่านจะมาดึงเก้าอี้ผมออกตอนผมกำลังจะนั่งร่วมประชุม ครม.หรืออย่างไร ท่านคงไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ เพราะผมทราบดีข้าราชการกับนักการเมืองต้องมีระยะห่าง ผมจะทำงานตามปกติของผมไป เราเป็นข้าราชการประจำต้องมืออาชีพมุ่งเน้นทำงานสร้างผลงานให้เห็นเป็นหลัก”
สำหรับนโยบายในการทำงานจากนี้ไปจะให้ความสำคัญกับมิติความมั่นคงด้านอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องไม่ปล่อยให้มีบุคคลหรือกลุ่มใดจาบจ้วงเด็ดขาด จะต้องดำเนินการต่อผู้เผยแพร่คลิป ข้อความ รูป หรือความเห็นต่างๆ ที่หมิ่นเหม่ต่างๆ แม้แต่การแบ่งแยกประเทศที่มีต้นเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองต้องไม่มีการนำประเด็นดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ทางการเมือง เพราะไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงของประเทศ
ส่วนปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามจากกระบวนพูดคุยเพื่อสันติภาพตามที่ พล.ท.ภราดร เคยทำไว้ ยังไม่มีผลเป็นรูปธรรม
“ต้องมีการปรับปรุงใหม่ ไม่ควรใช้คณะทำงานชุดใหญ่ถึงขนาดมีระดับ ปลัดกระทรวงกลาโหม หรือเลขาธิการ ศอ.บต.ร่วมคณะเจรจา แต่ยืนยันว่าการเจรจากับบีอาร์เอ็นยังมีอยู่ แต่อาจมีเพียงคณะทำงานชุดเล็กที่เป็นกลไกทำงานก็เพียงพอและต้องมีการขยายขอบเขตการเจรจาพูดคุย ซึ่งต้องมีการพูดคุยหารือกันก่อนภายหลังได้เข้าไปทำงานเต็มตัว” ถวิล กล่าว







