
สุพันธุ์นั่งเก้าอี้ประธานสอท.
เลือกประธานสภาอุตฯ ราบรื่น “สุพันธุ์” คะแนนนำลิ่ว ผู้ท้าชิงพร้อมทำงานร่วมกัน
เลือกประธานสภาอุตฯ ราบรื่น “สุพันธุ์” คะแนนนำลิ่ว ผู้ท้าชิงพร้อมทำงานร่วมกัน
ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกที่รับบัตรเลือกตั้งทั้งสิ้น 2,723 คน ได้ลงคะแนนเลือกตัวแทนที่จะทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการ ส.อ.ท. ซึ่งมาจากฝ่ายที่สนับสนุนนายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองประธาน ส.อ.ท.เป็นประธาน ส.อ.ท. ทั้งหมด 232 คน
ขณะที่ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ไม่ได้ติดอยู่ในรายชื่อคณะกรรมการ ส.อ.ท. โดยได้คะแนนเป็นอันดับที่ 235 โดยในวันที่ 8 เม.ย.นี้ คณะกรรมการ ส.อ.ท.จะเลือกนายสุพันธุ์ เป็นประธาน ส.อ.ท.คนต่อไป โดยคาดว่านายสุพันธุ์ได้คะแนน 1,752 คะแนน ส่วนนายวิศิษฎ์ได้ประมาณ 912 คะแนน
หลังนับคะแนนเสร็จเวลาประมาณ 19.00 น. นายวิศิษฎ์ ได้แสดงความยินดีกับ นายสุพันธุ์ ที่สำนักงาน ส.อ.ท. โดยชูมือนายสุพันธุ์เพื่อแสดงถึงชัยชนะ
นายวิศิษฎ์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนายสุพันธุ์ที่จะได้รับเลือกเป็นประธาน ส.อ.ท. คนใหม่อย่างแน่นอน เพราะแม้จะต้องรอถึงวันเลือกตั้งประธาน ในวันที่ 8 เม.ย. แต่ประเมินแล้วว่า นายสุพันธุ์จะได้รับเลือกเนื่องจากได้เสียงกรรมการส่วนใหญ่ไป ซึ่งฝ่ายของตนเองพร้อมทีมงานจะสนับสนุน และให้ความร่วมมือกับองค์กรให้เป็นไปตามแนวทางที่วางไว้ว่า เลือกตั้งแล้วต้องไม่แตกแยก
สำหรับกรณีที่ฝ่ายสนับสนุนของตนเตรียมจะฟ้องร้องต่อศาลปกครอง กรณีเกิดการสวมสิทธิเลือกตั้งนั้น นายวิศิษฎ์ กล่าวว่า จะหารือกับนายธนิต โสรัตน์ และคณะ เพราะไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สร้างปัญหาให้ภาพรวมของ ส.อ.ท.
“ผมอยากให้เกิดภาพที่ทุกอย่างราบรื่น เพราะขัดแย้งกันไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร”นายวิศิษฎ์ กล่าว
ด้าน นายสุพันธุ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะหารือกับนายวิศิษฎ์ว่าจะร่วมกันทำให้ ส.อ.ท.แข็งแกร่งขึ้น เป็นที่ยอมรับของทั้งสังคมและสมาชิกได้อย่างไร เมื่อ ส.อ.ท.ปรองดองแล้วก็อยากส่งไปถึงทางการเมืองให้มีความปรองดองด้วย ส่วนกรณีร้องเรียนว่ามีการสวมสิทธิเลือกตั้งเป็นประเด็นที่คณะกรรมการดูแลการเลือกตั้งหรือนายทะเบียนจะตรวจสอบต่อไป และไม่อยากให้ประเด็นนี้เป็นปัญหาของ ส.อ.ท.
นายนิลสุวรรณ ลีลารัศมี ประธานอนุกรรมการการนับคะแนน กล่าวว่า ในการเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. มีการหย่อนบัตรลงคะแนนทั้งสิ้น 2,664 ใบ เป็นบัตรเสียที่มีการทำเครื่องหมายเกินกว่ากำหนด 19 ใบ ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนนั้น คณะอนุกรรมการได้ตรวจสอบแล้วพบว่า บริษัททั้ง 2 แห่งที่ระบุว่ามีการสวมสิทธิมีผู้มาเลือกตั้งแทนนั้น บริษัททั้ง 2 เป็นสมาชิกประเภทสมทบ ไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า ในฐานะที่เคยทำงานที่ ส.อ.ท.มาก่อนเห็นว่า ส.อ.ท.ควรแยกตัวเองออกจากการเมืองโดยเด็ดขาด ต้องกล้าที่จะพูดในสิ่งที่ถูกต้องในเรื่องของเศรษฐกิจ โดยให้นำเอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง เพราะเท่ากับเป็นการดูแลสังคมไปด้วย







