
เกาะเทรนด์เครื่องดื่มไทยลดไซส์กดราคารับเพอร์เฟกต์เสร์ฟ
ความเคลื่อนไหวตลาดเครื่องดื่มในไตรมาสแรก ทุกค่ายควงกลยุทธ์ไซซิ่งเพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เทรนด์การดื่มที่กำลังมาแรงทั่วโลกในขณะนี้คงหนีไม่พ้น “เพอร์เฟกต์เสิร์ฟ” หรือการดื่มในปริมาณที่เหมาะ พอดี พกพาสะดวก และจุดสำคัญราคาต้องดึงดูดใจท่ามกลางภาวะที่ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย
ความเคลื่อนไหวตลาดเครื่องดื่มในไตรมาสแรก ทุกค่ายควงกลยุทธ์ไซซิ่งเพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เทรนด์การดื่มที่กำลังมาแรงทั่วโลกในขณะนี้คงหนีไม่พ้น “เพอร์เฟกต์เสิร์ฟ” หรือการดื่มในปริมาณที่เหมาะ พอดี พกพาสะดวก และจุดสำคัญราคาต้องดึงดูดใจท่ามกลางภาวะที่ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย
เจษฎากร ธราธิป ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ เปิดเผยว่า การทำตลาดเครื่องดื่มในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญทำอย่างไรให้เครื่องดื่มเข้าถึงผู้บริโภคทุกช่วงโอกาสการดื่ม ตั้งแต่ในบ้านยันนอกบ้าน ดังนั้นการสร้างตลาดให้เติบโตต้องผลักดันชาเขียวให้เป็นมัลติเสิร์ฟ หรือมีบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย
ขณะที่การทำเพอร์เฟกต์เสิร์ฟ หรือการดื่มครั้งเดียว มีปริมาณพอดีกับความต้องการของผู้บริโภค สำหรับชาเขียวพร้อมดื่ม พฤติกรรมของผู้บริโภคยังไม่พัฒนาไปถึงขั้นนั้น แต่บริษัทกำลังพิจารณาเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ขนาด 10 บาท จากปัจจุบันขวดเพ็ตขนาดเล็กสุด 380 มล. ราคา 15 บาท ขณะที่การทำกลยุทธ์ไซซิ่งยุคนี้ต้องพ่วงการวางราคาสินค้าที่ดึงดูดเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย
ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์สิงห์ กล่าวว่า การตลาดในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย มีความต้องการสินค้าที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะของตนเอง ไม่ใช่ผลิตเพื่อทุกคนเหมือนในอดีต สำหรับเบียร์สิงห์ควงกลยุทธ์ไซซิ่ง ผลิตขนาดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และปริมาณการดื่มที่ลดลง
ทั้งนี้ เบียร์สิงห์ปรับขนาดลดลงจาก 630 มล. เหลือเป็น 500 มล. ส่วนหนึ่งเพราะพฤติกรรมการกินเบียร์ที่เหลือ 12 ซม. และต้องเททิ้ง ซึ่งขนาดใหม่เท 2 แก้วได้พอดี เป็นเทรนด์ขนาดเบียร์ที่ได้รับความนิยมทั้งในอเมริกาและญี่ปุ่น สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทยตกต่ำ กำลังซื้อผู้บริโภคไม่ดี การลดปริมาณทำให้ราคาถูกจาก 61 บาท เหลือเพียง 54 บาท
ไม่เพียงพฤติกรรมการดื่มเบียร์ที่ลดลงเท่านั้น การดื่มน้ำผลไม้ น้ำอัดลม หรือกระทั่งน้ำสมุนไพรของผู้บริโภคมีแนวโน้มว่าจะลดลงเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะด้วยรสชาติหวาน จึงไม่แปลกที่เครื่องดื่มหลายค่ายต่างพาเหรดลดปริมาณลง
ด้าน วิสุทธิ พรศาลนุวัฒน์ ผู้บริหารฝ่ายขายอาวุโสและผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟู้ดสตาร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ดีโด้ กล่าวว่า ดีโด้ปรับบรรจุภัณฑ์ขนาด 500 มล. เหลือเป็น 400 มล. ราคา 10 บาท เพื่อให้สอดรับกับปริมาณความต้องการของผู้บริโภค หรือเป็นเพอร์เฟกต์เสิร์ฟ อีกทั้งยังเป็นการบริหารต้นทุนท่ามกลางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทยังไม่มีแผนจะปรับราคาขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดน้ำสมุนไพรและผลไม้อย่างไอวี่ ปรับขนาดจาก 500 มล. เหลือ 420 มล. ส่วนการตั้งราคาต้องสอดรับกับบรรจุภัณฑ์ เพราะเครื่องดื่มเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคไม่ได้ตั้งใจมาซื้อ แต่จะเกิดการตัดสินใจซื้อก็ต่อเมื่อเห็นสินค้าบนชั้นวาง ดังนั้นราคาที่ซื้อง่ายขายคล่อง 10-15 บาท กระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่า
สถานการณ์ตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม เกิดการแข่งขันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์เพอร์เฟกต์เสิร์ฟ ความเคลื่อนไหวบริษัท เป๊ปซี่โคล่า เปิดตัว เป๊ปซี่ เท็น ขวดสลิมราคา 10 บาท ตอบโจทย์ความคุ้มค่า พกพาสะดวก และทุกช่วงโอกาสการดื่ม ขณะที่โค้กก่อนหน้านี้ออกกระป๋องสลิม 240 มล. ราคา 10 บาท
เทรนด์เพอร์เฟกต์เสิร์ฟกำลังบูมขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งตลาดเครื่องดื่มเมืองไทย จากพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เป็นจุดพลิกให้ตลาดเครื่องดื่มต้องปรับตัวแทบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ขณะที่มัลติเสิร์ฟ ทำให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกช่วงเวลาการดื่ม เรียกว่าเป็นการปฏิวัติวงการเครื่องดื่มเมืองไทยไปอีกขั้นหนึ่ง







