
สานฝันฮับอุตฯสร้างสรรค์
จี้รัฐออกมาตรการช่วยต่อยอดไอเดียเด็ดหาแหล่งทุนหนุนปรับนวัตกรรมสู่สินค้า
จี้รัฐออกมาตรการช่วยต่อยอดไอเดียเด็ดหาแหล่งทุนหนุนปรับนวัตกรรมสู่สินค้า
อดีตเลขาธิการอาเซียนหนุนไทยเร่งดันนวัตกรรม ขึ้นแท่นฮับ อุตฯ สร้างสรรค์ กระทุ้งออกมาตรการเอื้อ
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยยังพึ่งพาปัจจัย 4 การลงทุน ได้แก่ เงินทุน วัตถุดิบ การบริหารจัดการ รวมถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แต่นับจากนี้ไทยต้องส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศ หันมาพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างจริงจัง
ทั้งนี้ ไทยควรดูตัวอย่างประเทศอื่นในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มีรายได้ 4 หมื่นเหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี เพราะกระตุ้นคนให้คิดค้นผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศได้ ขณะที่ประเทศมาเลเซียมีการตั้งเป้าหมายของชาติในระยะยาว เช่น ภายในปี 2563 ประชากรจะต้องมีรายได้เกิน 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ ต่อมามาเลเซียก็ใช้ความคิดสร้างสรรค์ กลายเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่สามารถผลิตรถยนต์ยี่ห้อของตัวเองขายได้ จนวันนี้คนมาเลเซียมีรายได้เกินตามเป้าดังกล่าว
นายสุรินทร์ กล่าวว่า คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว สังเกตว่าในปี 2551 ไทยมีสัดส่วนส่งออกสินค้าสร้างสรรค์อยู่ที่ 1.25% ของโลก สูงเป็นอันดับที่ 17 และสูงกว่าสิงคโปร์ด้วย สะท้อนว่าปัญหาคืองบประมาณ ไม่ใช่ทักษะความคิดสร้างสรรค์
หากภาครัฐมีมาตรการภาษีที่จูงใจ เพื่อสนับสนุนการวิจัยนวัตกรรมในภาคเอกชนมากขึ้น เชื่อว่าไทยจะสามารถขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาคได้
ด้าน นางสุวิภา วรรณสาธพ นายกสมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย (ไทยบิสป้า) กล่าวว่า เรื่องยากของผู้ประกอบการไทยในการเริ่มต้นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ คือ 1.มีไอเดียผลิตนวัตกรรมแล้ว แต่ขาดเงินทุนทำเป็นผลิตภัณฑ์จริง 2.ขาดทักษะการบริหารจัดการเงินสด และ 3.ขาดการพัฒนานวัตกรรมต่อเนื่อง สมาคมจึงจะพยายามสนับสนุนกลุ่มเอสเอ็มอีด้วยการหาพี่เลี้ยงธุรกิจให้ รวมถึงสร้างการเข้าถึงแหล่งทุน







