
ขายตรงสินค้าเกษตรอ่วม ไทย-เยอรมัน หันลุยอาหารเสริม
จัดว่าเป็นปีแห่งความท้าทายสำหรับขายตรงสินค้าเกษตร นอกจากจะเป็นสินค้าขึ้นอยู่กับดิน ฟ้า อากาศ แล้ว ปีนี้ยังมีปัจจัยลบกำลังซื้อชาวนาลดลง ผลพวงจากโครงการรับจำนำข้าว รวมทั้งมีแนวโน้มว่าจะเกิดภัยแล้งหลายพื้นที่ของประเทศ จึงเป็นจุดเปลี่ยนแผนธุรกิจขายตรงไทยเยอรมัน อินเตอร์เทค ให้หันมาขับเคลื่อนกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแทนสินค้าเกษตร
จัดว่าเป็นปีแห่งความท้าทายสำหรับขายตรงสินค้าเกษตร นอกจากจะเป็นสินค้าขึ้นอยู่กับดิน ฟ้า อากาศ แล้ว ปีนี้ยังมีปัจจัยลบกำลังซื้อชาวนาลดลง ผลพวงจากโครงการรับจำนำข้าว รวมทั้งมีแนวโน้มว่าจะเกิดภัยแล้งหลายพื้นที่ของประเทศ จึงเป็นจุดเปลี่ยนแผนธุรกิจขายตรงไทยเยอรมัน อินเตอร์เทค ให้หันมาขับเคลื่อนกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแทนสินค้าเกษตร
วุฒิพงศ์ วนากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเยอรมัน อินเตอร์เทค โปรดักส์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนธุรกิจขายตรงใหม่ จากที่ผ่านมาสินค้าเรือธงที่สร้างรายได้และเป็นธุรกิจหลัก เป็นกลุ่มสินค้าการเกษตร โดยจะลดสัดส่วนลงจาก 80% เป็นเหลือ 60-70% และมุ่งขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนจาก 20% เป็น 30-40%
สำหรับแผนการตลาดกลุ่มผลิต ภัณฑ์เสริมอาหาร บริษัทจะเปิดตัวสินค้าใหม่ 10 รายการ ได้แก่ กลุ่มธัญพืช และสมุนไพร เป็นต้น ขณะเดียวกันก็เน้นฝึกอบรมสมาชิกธุรกิจขายตรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจำหน่ายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งการหันมาทำตลาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น เพื่อรองรับกับภาคการเกษตรมีแนวโน้มว่าผลผลิตจะตกต่ำ
“ปีนี้เกษตรกรมีกำลังซื้อน้อย และเป็นหนี้ในครัวเรือนสูง โดยได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าว ทำให้ปริมาณการผลิตหรือปลูกพืชต่างๆ อาจจะลดลง อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะเกิดภัยแล้งขึ้น ดังนั้นจึงคาดว่า ยอดขายกลุ่มสินค้าการเกษตรของบริษัทจะลดลง 20%” วุฒิพงศ์ กล่าว
แม้ว่าสถานการณ์ตลาดจะไม่เอื้อต่อสินค้าการเกษตร เพราะความต้องการของตลาดลดลง แต่ธุรกิจสินค้าเกษตรยังเป็นสินค้าเรือธงของบริษัท จึงเดินหน้าทุ่มงบลงทุน 50 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งใหม่ขึ้นมา เพื่อขยายกำลังการผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นเท่าตัว ที่ จ.สมุทรสาคร โดยจะเริ่มเปิดสายการผลิตได้ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.ปีนี้
ทั้งนี้ ฤดูกาลเพาะปลูกของเกษตรกรจะเริ่มสั่งซื้อสินค้าเกษตรตั้งแต่เดือน มี.ค.-พ.ค. ซึ่งการขยายกำลังผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกับปริมาณการสั่งซื้อสินค้าในช่วงที่เกษตรกรจะเริ่มเพาะปลูก โดย ส่วนใหญ่จะสั่งในปริมาณมาก
ขณะที่ธุรกิจขายตรงสินค้าการเกษตรมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท ในปีนี้คาดว่าตลาดจะหดตัวลง 20-30% เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาที่หดตัวลง 20-30% จัดว่าเป็นธุรกิจที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด เพราะบริษัทขายตรงส่วนใหญ่จะมีสินค้าการเกษตรจำหน่ายแทบทั้งสิ้น ปัจจุบันไทยเยอรมัน อินเตอร์เทค มีศูนย์จำหน่ายสินค้าการเกษตร 100 แห่งทั่วประเทศ จำหน่ายปุ๋ย 2 แบรนด์ ได้แก่ ปุ๋ยตรานกปากห่างและปุ๋ยตราวาฬน้ำเงิน ปีนี้ตั้งเป้าจำนวนสมาชิกกว่า 3 หมื่นราย
การขับเคลื่อนกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อเป็นขาธุรกิจสร้างรายได้ทดแทนในยามที่สินค้าเกษตรตกต่ำ จะผลักดันให้ไทยเยอรมัน อินเตอร์เทค เติบโต 20% หรือมีรายได้ 250-300 ล้านบาท และเชื่อว่าบริษัท ขายตรงสินค้าการเกษตร คงปรับตัวฝุ่นตลบเช่นกัน เพื่อรับมือกับการเกษตรไทยที่มีปัจจัยลบรุมเร้ารอบด้าน







