
โตชิบาลั่นทวงแชมป์ตู้เย็นปีนี้
ปูพรมสินค้าใหม่80รุ่นเข้าทำตลาดสิ้นปีปักธงชิงส่วนแบ่งเพิ่มเป็น25%
ปูพรมสินค้าใหม่80รุ่นเข้าทำตลาดสิ้นปีปักธงชิงส่วนแบ่งเพิ่มเป็น25%
โตชิบาเปิดตัวตู้เย็นใหม่รวด 80 รุ่นสูงสุดในรอบ 4-5 ปี มุ่งทวงบัลลังก์เจ้าตลาดตู้เย็น
นายถกล นิยมไทย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวตู้เย็นรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดทั้งหมดประมาณ 70-80รายการ ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 5 ปี แบ่งเป็นตู้เย็น 2 ประตูขึ้นไป 20 รายการ และตู้เย็น 1 ประตู 50-60 รายการ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าและทวงตำแหน่งผู้นำตลาดตู้เย็นโดยรวม หลังจากเสียตำแหน่งให้กับคู่แข่งช่วงน้ำท่วมปี 2554
สำหรับการทำตลาดตู้เย็นในช่วงหน้าร้อนนี้ บริษัทจะเน้นการทำตลาดไปที่ตู้เย็น 2 ประตู ที่มีอินเวอร์เตอร์ ทีซีรีส์ ทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ อาทิ 19.9 คิว และ 20.8 คิว ซึ่งเป็นระบบทัช สกรีน กลาสดอร์ เทคโนโลยีใหม่ที่จะใช้เป็นตัวหลักในการทำตลาดตู้เย็นขนาดใหญ่ เนื่องจากบริษัทต้องการขยายฐานลูกค้าในตลาดระดับบน ที่ยังมีช่องว่างให้เข้าไปทำตลาดอีกมาก
“หลังจากเราได้รับผลกระทบเรื่องน้ำท่วมในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดการผลิตตู้เย็นของบริษัทปรับตัวลดลง โดยเฉพาะตู้เย็น 2 ประตู ซึ่งจากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้ยอดขายตู้เย็น 2 ประตูตกลงไปอยู่อันดับ 45 ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากยังไม่สามารถผลิตสินค้าเข้ามาทำตลาดได้เต็มที่” นายถกล กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้งบการตลาดรวมที่ประมาณ 500-600 ล้านบาทในปีนี้ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคและกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ขณะที่ภาพรวมยอดขายตู้เย็นปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ประมาณ1012% เท่ากับภาพรวมตลาดที่คาดว่าจะเติบโต 1012% จากปีก่อนที่มีมูลค่าประมาณ 1.21.3 หมื่นล้านบาท
นายถกล กล่าวอีกว่า ในด้านส่วนแบ่งการตลาดตู้เย็นโดยรวมของบริษัทในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราส่วนเพิ่มเป็น 25% จากปัจจุบันมีอยู่ที่ประมาณ 21-22% เพื่อขึ้นเป็นผู้นำตลาดในตลาดรวมตู้เย็นอีกครั้งในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา และจากการที่บริษัทหันมารุกตลาดตู้เย็น 2 ประตูเพิ่มขึ้น คาดว่าสิ้นปีจะมียอดขายขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 ใน 3 ขณะที่ตู้เย็นประตูเดียวมั่นใจว่ายังรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ได้
ทั้งนี้ ภาพรวมยอดขายในประเทศรอบบัญชีปี 2556 ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.นี้ คาดว่ายังจะมีอัตราการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 10% หรือมีรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่เป้าหมายรอบบัญชีปี 2557 คาดว่าจะโตได้ที่ 10% เช่นกัน







