
แบงก์ชาติจัดเต็มจีดีพีปีนี้โตต่ำกว่า3%
ธปท.เตรียมแถลงคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ใหม่ คาดโตต่ำกว่า 3%
ธปท.เตรียมแถลงคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ใหม่ คาดโตต่ำกว่า 3%
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 มี.ค.นี้ ธปท.จะแถลงการคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้ โดยคาดการณ์เบื้องต้นไว้ว่าจีดีพีในปีนี้จะขยายตัวต่ำกว่า 3%
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ผลที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2 ล้านล้านบาท หรือร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญไม่ได้มีผลกระทบต่อคาดการณ์จีดีพีปีนี้แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ในสมมติฐานคาดว่าจีดีพีปีนี้จะโตต่ำกว่า 3% นั้นได้รวมการลงทุนภาครัฐ ไว้เพียง 1 ใน 4 เท่านั้น คือ การลงทุนโครงการ 2 ล้านล้านบาท รวมถึงการลงทุนในโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทนั้น จะคิดเฉพาะโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ และเป็นโครงการที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการประเมินผลกระทบต่างๆ และต้องเป็นโครงการภายใต้งบประมาณปกติ หรืองบลงทุนรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ดังนั้น ถึงศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินว่าโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญก็ไม่กระทบกระเทือนจีดีพีปีนี้เพิ่มเติม
สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 2556 และเดือน ม.ค.ปีนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เห็นว่า ชะลอลงตามอุปสงค์หรือความต้องการใช้จ่ายในประเทศที่หดตัว โดยการใช้จ่ายภาคเอกชนได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นที่ลดลง ส่วนการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองมากขึ้น
“ในระยะต่อไป ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน แต่ภาคการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มค่อยๆ ปรับดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่างประเทศเป็นหลัก จึงน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ในปีนี้ ทดแทนการบริโภคในประเทศ” นายไพบูลย์ กล่าว
นอกจากนี้ กนง.ยังประเมินเศรษฐกิจโลกว่า ยังฟื้นตัวต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเศรษฐกิจจีนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แม้การลงทุนเริ่มมีสัญญาณชะลอลง ด้านเศรษฐกิจเอเชียโดยรวมได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลัก ขณะที่ภาคการผลิตของเศรษฐกิจอาเซียนมีแนวโน้มชะลอตามการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ
น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาค่อนข้างผันผวน เนื่องจากตลาดการซื้อขายเงินบาทรอผลการตัดสินการประชุมกนง.ว่าจะลดหรือไม่ลดดอกเบี้ย บวกกับตลาดมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจจีนที่กดดันภูมิภาค โดยช่วงเช้าค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.34 บาท/เหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะปรับอ่อนค่าลงไปที่ระดับต่ำสุด 32.47 บาท/เหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดีเงินบาทแข็งค่ากลับมาที่ 32.35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพราะมีการเทขายเงินเหรียญสหรัฐออกมา หลังมีมติกนง.ปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งช่วงใกล้ปิดตลาดเงินบาทกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งอยู่ที่ระดับ 32.43 บาท/เหรียญสหรัฐอีกรอบ
ฝ่ายวิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า โดยภาพรวมแล้วเศรษฐกิจไทยจะยังคงอ่อนแอต่อไปจนถึงไตรมาส 2 ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2557







