
อสังหาฯล้นตลาดหลังปี’56ให้กู้บาน
ทีเอ็มบีเตือนอสังหาริมทรัพย์ล้นตลาด ผู้ประกอบการแบกสต๊อกบาน หลังสินเชื่อซื้อบ้านชะลอตัว
ทีเอ็มบีเตือนอสังหาริมทรัพย์ล้นตลาด ผู้ประกอบการแบกสต๊อกบาน หลังสินเชื่อซื้อบ้านชะลอตัว
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปี 2556 ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีการปล่อยสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลมียอดรวม 12.419 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% ในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการอื่นๆ เติบโตถึง 50.5% หรือมียอดปล่อยกู้ 5,900 ล้านบาท เทียบกับสินเชื่อเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยที่เติบโต 12.6% หรือให้กู้ 5.6 ล้านล้านบาท
ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ประเมินว่า ปี 2557 ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อาจจะต้องแบกรับสต๊อกส่วนเกินไว้นานกว่าปกติ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ใช้หนี้ในสัดส่วนสูงและผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ไม่เอื้อให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อหรือลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองที่อึมครึม ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 80% ของจีดีพี และสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยกู้เพื่อป้องกันหนี้เสีย
ทั้งนี้ ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยชะลอตัวลงตั้งแต่ปี 2556 เห็นได้จากยอดการขอจดทะเบียนอาคารชุดทั้งประเทศเพิ่มขึ้น 25% ชะลอลงจากปี 2555 ที่เพิ่มสูงถึง 105% เมื่อประกอบกับความไม่แน่นอนของกระแสรายได้ในอนาคตเช่นขณะนี้ ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจะยิ่งชะลอลง
อย่างไรก็ตาม สินเชื่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์กลับมีอัตราการเติบโตด้วยเลขสองหลักต่อเนื่องมากว่า 2 ปี คือ ตั้งแต่ปลายปี 2554 หลังวิกฤตน้ำท่วมจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. 2556 นับเป็นสถิติการเติบโตในอัตราสูงต่อเนื่องมากที่สุดในช่วงเกือบสองทศวรรษ
นอกจากนี้ สินเชื่อดังกล่าวเติบโตในอัตราเร่งมากขึ้นในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2556 โดยเป็นการเร่งตัวของสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ที่ไม่สอดคล้องกับภาวะการชะลอตัวของอุปสงค์ที่นับวันจะมีปัจจัยรุมเร้ามากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกัน สินเชื่อผู้ประกอบการยังมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยส่วนบุคคลตั้งแต่ปลายปี 2554 เช่นกัน แม้จะเริ่มชะลอลงจากวิกฤตน้ำท่วมบ้างในปี 2555 แต่ปี 2556 กลับมีแนวโน้มเร่งตัวมากขึ้นจนทำให้มีส่วนต่างของอัตราการเติบโตสูงกว่าเฉลี่ยประมาณ 5%







