
รู้รอบ"เรื่องกิน"เพื่อนบ้านควงแฟรนไชส์เจาะอุตฯอาหาร
พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มอาหาร “ต้องรู้” เพื่อให้เข้าใจสภาพตลาดและสามารถ “เข้าถึง” ตลาดได้อย่างเหมาะสม
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มอาหาร “ต้องรู้” เพื่อให้เข้าใจสภาพตลาดและสามารถ “เข้าถึง” ตลาดได้อย่างเหมาะสม
วิเชียร ฤกษ์พัฒนกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานองค์กร สถาบันอาหาร อธิบายว่า พฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนประเทศอาเซียนยังแตกต่างกันบ้าง เนื่องจากระดับการพัฒนาต่างกัน และบางประเทศมีวัฒนธรรมเฉพาะของตัวเอง
เริ่มจากคนสิงคโปร์ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพค่อนข้างมาก จึงนิยมอาหารเสริมบำรุงร่างกาย ผู้มีรายได้สูงจะนิยมอาหารอินทรีย์ และด้วยภาพรวมประเทศที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้คนสิงคโปร์ตัดสินใจซื้อสินค้าคุณภาพสูงและสินค้าแบรนด์เนมไม่ยากนัก
สำหรับมาเลเซีย ผู้คนนิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน อาหารสด ผลไม้สดที่มีรสหวาน นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมการพักดื่มชาและอาหารว่าง สินค้าประเภทบิสกิตและของขบเคี้ยวจึงเป็นที่นิยม
ด้านคนอินโดนีเซียนิยมรับประทานอาหารนอกบ้านกับเพื่อนและครอบครัวเช่นกัน ต่างกันตรงที่นิยมซื้ออาหารสำเร็จรูป อาหารพร้อมปรุง และอาหารพร้อมรับประทานด้วย นอกจากนี้ ผู้มีรายได้ปานกลางขึ้นไปยังซื้อสินค้านำเข้าทั้งจากฝั่งเอเชียและฝั่งตะวันตกด้วย
อย่างไรก็ตาม คนอินโดนีเซียอ่อนไหวกับราคาสินค้าค่อนข้างมาก จึงไม่นิยมสินค้านำเข้าราคาแพง
อินโดนีเซียยังถือเป็นตลาดอาหารฮาลาลที่ใหญ่มาก เพราะมีประชากรถึง 200 ล้านคน เหมาะแก่การเข้ามาทำตลาด
ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน ไม่ค่อยยึดติดแบรนด์เนมยี่ห้อดัง แต่ใช้ยี่ห้อไหนแล้วจะจงรักภักดีต่อแบรนด์สูง นอกจากนี้ยังนิยมรับประทานผลไม้ไทย โดยเฉพาะมะขามหวานและลองกองด้วย
ด้านกัมพูชามีโรงแรมและภัตตาคารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความต้องการอาหารแปรรูปมากขึ้น รสนิยมผู้บริโภคค่อนข้างทันสมัย นิยมร้านชา กาแฟ ตกแต่งแบบยุคใหม่ ที่มีอินเทอร์เน็ตฟรีบริการ นอกจากนี้ แฟรนไชส์ร้านอาหารยังเป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่น
เช่นเดียวกับพม่า ที่นิยมอาหารสำเร็จรูปและอาหารแปรรูปมากขึ้น แต่ลาวและเวียดนามยังเติบโตค่อนข้างยาก เนื่องจากผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าผ่านตลาดดั้งเดิมเป็นหลัก
วิเชียร ประเมินว่า การเปิดประชาคมอาเซียนจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มหลักๆ 3 ข้อ 1.ตลาดและเศรษฐกิจขยายตัวขึ้นจนไปสู่ระดับภูมิภาค 2.เอสเอ็มอีมีอำนาจต่อรองลดลง สูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้รายใหญ่ และ 3.มาตรการปกป้องสินค้าอาหารจะเปลี่ยนแปลงไป สินค้าจากบางประเทศ เช่น จีน เข้ามาทำตลาดมากขึ้น และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม วิเชียร ย้ำว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังมีโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงของอาเซียน เช่น อาจไปดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารในประเทศที่ตลาดกำลังโต เช่น กัมพูชา หรือหันไปหาประเทศที่มีกฎระเบียบชัดเจนขึ้นมาหน่อยอย่างอินโดนีเซีย สำหรับสินค้าอาหารทั่วไปควรเจาะกลุ่มอาหารฮาลาลซึ่งมีผู้บริโภคจำนวนมากในอาเซียน
“มูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารเมื่อปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 9.06 แสนล้านบาท อยู่ในอาเซียน 21.5% ตอบได้ยากว่า เมื่อเปิดประชาคมแล้วจะเติบโตขึ้นเพียงใด แต่จะเติบโตและมีสัดส่วนสูงขึ้นแน่นอน ปี 2557 นี้ภาพรวมการส่งออกสินค้าอาหารน่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 9.7 แสนล้านบาท”







