
ธุรกิจทรงคุณค่าจากคนมะกัน เพื่อคนมะกัน
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
“พวกเราต้องการทำธุรกิจที่ไม่เพียงแต่สร้างกำไร แต่ยังนำความร่ำรวยไปสู่คนอื่นๆ ด้วย”
คำกล่าวดังกล่าวเป็นปณิธานของ “นาธาน โรธสตีน” และ “โรส ลอห์” ผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสองคน “โปรเจค รีแพท” ธุรกิจผลิตผ้าห่ม ซึ่งอัพไซเคิล (การนำของที่มีอยู่แล้วแต่ยังใช้ไม่หมด มาพัฒนาให้มีคุณภาพดีขึ้นและมีมูลค่ามากขึ้น) มาจากเสื้อทีเชิ้ตในบอสตันของสหรัฐ ที่ตั้งใจอยากจะสร้างงานให้กลับมาสู่ประเทศของตนเอง
ในเดือน ก.พ. 2012 ธุรกิจแห่งนี้จึงถือกำเนิดขึ้น โดย โรธสตีน ประธานบริหารธุรกิจ นอกจากจะมีปณิธานนั้นแล้ว ยังเชื่อว่าคนทุกๆ คนชอบเสื้อทีเชิ้ต เพราะตั้งแต่เสื้อสมัยเรียนโรงเรียนมัธยมปลายไปจนถึงเสื้อในชีวิตวัยทำงาน ที่ขณะนี้อาจจะล้นจนแทบไม่มีที่เก็บ ครั้นจะทิ้งก็ตัดใจยาก เพราะว่าเสื้อแต่ละตัวที่อยู่ในมือ ได้ “บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนและความทรงจำของคนคนนั้นเอาไว้”
จากความคิดดังกล่าว จึงได้กลายมาเป็นเหตุผลที่ทั้งคู่ทำธุรกิจแห่งนี้โดยเปรียบว่าบริษัททำผ้าห่มจากเสื้อทีเชิ้ตนั้นเหมือนกับ “สมุดทำมือสมัยใหม่” และบริษัทก็ยังเป็นเหมือนธุรกิจสร้างไอเดียของขวัญแบบใหม่อีกด้วย
“ความเจ๋งของบริษัทเราก็คือ เรากำลังดึงงานพวกสิ่งทอกลับมายังรัฐนอร์ท แคโรไลนา และรัฐแมสซาชูเซตส์ ทว่ากลับมาในรูปแบบของการอัพไซเคิลสิ่งของ” โรธสตีน กล่าว โดยหุ้นส่วนโรงงานผลิตของบริษัทแห่งนี้นั้นตั้งอยู่ในรัฐทั้งสองของสหรัฐ
ทั้งนี้ ประธานบริหารของโปรเจค รีแพท ระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่าน เสื้อทีเชิ้ต 2,000 ล้านตัวถูกกระจายและขายในสหรัฐ ทว่าในจำนวนนี้ถึง 90% กลับผลิตในต่างประเทศ โดยในเมืองมอร์แกนตันของรัฐนอร์ท แคโรไลนา และในเมืองฟอล ริวเอร์ของรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตของโปรเจค รีแพท นั้น เคยเป็นถึงศูนย์กลางอุตสาหกรรมสิ่งทอที่เฟื่องฟูของสหรัฐ ทว่านับตั้งแต่ช่วงปี 1990 เป็นต้นมา รัฐนอร์ท แคโรไลนานั้นสูญเสียงานสิ่งทอไปถึง 2.5 แสนตำแหน่ง เนื่องจากบริษัทสิ่งทอย้ายฐานการผลิตไปในต่างประเทศ
ความตั้งใจที่อยากจะดึงงานกลับมาให้แรงงานสิ่งทอชาวอเมริกันก็เป็นจริง โดยโปรเจค รีแพท ได้สร้างงานให้แรงงานในอุตสาหกรรมนี้ไปแล้วมากกว่า 2 หมื่นชั่วโมง นอกจากนี้แล้ว ธุรกิจก็ยืนยันว่าสินค้าตัดและเย็บในสหรัฐทุกชิ้น
ขณะเดียวกัน ไม่เพียงแต่จะนำงานกลับมาคืนสู่คนในประเทศแล้ว ด้วยความแปลกใหม่ของสินค้าและการทำธุรกิจให้เข้ากับเป้าหมายทางสังคมได้อย่างลงตัว ทำให้ธุรกิจมียอดขายในปีที่แล้วสูงถึง 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 36.3 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ลูกค้านั้นสามารถสั่งผ้าห่มหรือผ้าคลุมเตียงได้จากเสื้อทีเชิ้ตของตนเอง โดยส่งไปให้ที่บริษัท หรือจะให้ทางบริษัทเป็นผู้ออกแบบให้ก็ได้เช่นกัน โดยผ้าห่มอัพไซเคิลจากเสื้อเหล่านี้ก็มีราคาตั้งแต่ 60250 เหรียญสหรัฐ (ราว 1,9808,250 บาท) ตามขนาดที่ลูกค้าต้องการ โดยจะใช้เวลาผลิตราว 24 สัปดาห์ ก่อนจะส่งถึงมือของลูกค้า
เห็นได้ชัดเจนว่า ธุรกิจดังกล่าวไม่เพียงแต่นำความแปลกใหม่มาสู่ลูกค้าแล้ว เจ้าของธุรกิจยังมีความยึดมั่นในปณิธานที่ต้องการสร้างรายได้ให้คนในประเทศ ดังนั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องเกินจริงที่จะกล่าวว่า บริษัทแห่งนี้เป็นธุรกิจที่คืนกำไรให้กับสังคมอย่างแท้จริง







