
ระดมแพ็กเกจ กู้ชีพชาวนา
ในสถานการณ์ที่ชาวนากว่า 1 ล้านคนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะไม่ได้เงินค่าข้าวเปลือกจากรัฐบาล ส่งผลให้ชาวนาไม่มีเงินทุนทำนาปี ปีการผลิต 2557/2558 ที่เริ่มหว่านข้าวประมาณเดือน มิ.ย.ปีนี้
ในสถานการณ์ที่ชาวนากว่า 1 ล้านคนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะไม่ได้เงินค่าข้าวเปลือกจากรัฐบาล ส่งผลให้ชาวนาไม่มีเงินทุนทำนาปี ปีการผลิต 2557/2558 ที่เริ่มหว่านข้าวประมาณเดือน มิ.ย.ปีนี้
กรมส่งเสริมการเกษตร จึงระดมเอกชนผู้ผลิตและขายเมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย และสารเคมี เข้าไปช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตให้ชาวนา พร้อมชี้แจงมาตรการช่วยเหลือทางการเงินเป็นการเฉพาะหน้า
“กรมจะประสานความช่วยเหลือจากภาคเอกชนไปสู่ชาวนาในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะพบว่าปัญหาความเดือดร้อนของชาวนามี 2 เรื่อง คือ เงินทุน และปัจจัยการผลิต” โอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว
สำหรับการช่วยเหลือทางการเงินมี 2 ส่วน และจะบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวนาทั่วไปได้
ส่วนแรก คือ โครงการช่วยเหลือของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่ง ธ.ก.ส.มีมาตรการช่วยเหลือชาวนา 3 เรื่อง คือ 1.ขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ออกไปอีก 6 เดือน โดยชาวนายังต้องชำระดอกเบี้ย 7% 2.การให้สินเชื่อระยะสั้นกับเกษตรกรกำหนดวงเงินไม่เกิน 70% ของมูลค่าสินค้าที่เกษตรกรคาดว่าจะได้รับผลตอบแทน ระยะเวลา 1 ปี และ 3.การจัดตั้งกองทุนชาวนาที่มีการระดมทุนอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งขณะนี้กองทุนระดมทุนได้กว่า 500 ล้านบาท และจะนำเงินกองทุนมาจ่ายค่าข้าวตามใบประทวน
ส่วนที่สอง ชาวนาที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จะมีการขยายเวลาชำระหนี้ชาวนาออกไป 1 ปี โดยไม่มีดอกเบี้ย ขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์จะขอความร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรให้ขยายเวลาชำระหนี้ออกไป 1 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยเช่นกัน และให้รัฐบาลรับภาระดอกเบี้ย นอกจากนี้ สหกรณ์การเกษตรต่างๆ จะมีโครงการให้สินเชื่อกับชาวนาในวงเงินไม่เกิน 70% ของมูลค่าใบประทวน
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนหลายแห่งได้ออกแคมเปญช่วยเหลือชาวนาเช่นกัน แต่จะจำกัดการช่วยเหลืออยู่เฉพาะในกลุ่มชาวนาลูกค้าของเอกชนรายนั้น
วิชัย พูนพิริยะทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจข้าวลูกผสมครบวงจร กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ กล่าวว่า ปกติในฤดูกาลผลิตบริษัทจะมีการจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม กับเกษตรกรอยู่แล้ว โดยมีโปรโมชั่น “ซื้อหนึ่ง แถมหนึ่ง” ซึ่งปกติบริษัทจะขายเมล็ดพันธุ์ให้ชาวนาที่อยู่ในเครือข่ายปีละประมาณ 5 หมื่นไร่ แต่ปีการผลิตที่จะถึงนี้ บริษัทจะเพิ่มปริมาณการขายเมล็ดพันธุ์ตามโปรโมชั่นดังกล่าวเป็น 1 แสนไร่
“บริษัทจะขายเมล็ดพันธุ์ให้กับชาวนาในเครือข่าย และชาวนาในเครือข่ายโรงสีของบริษัทจำนวน 200 โรงสีในราคาโปรโมชั่น แต่มีเงื่อนไขว่าบริษัทจะเข้าไปติดตามและประเมินผลการเพาะปลูก เพื่อให้ผลผลิตได้ตามเป้าหมายและรักษามาตรฐานของบริษัท” วิชัย กล่าว
นิทัศน์ เจริญธรรมรักษา นายกสมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ กล่าวว่า สมาคมจะมีการช่วยชาวนาในสองส่วนคือ 1.การรวบรวมเมล็ดพันธุ์จากสมาชิกทั่วประเทศเพื่อแจกให้ชาวนา โดยชาวนาที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการอบรมสองวัน เพื่อให้เรียนรู้การปลูกข้าวและลดต้นทุนการผลิต และ 2.กรณีที่เป็นการขายเมล็ดพันธุ์ ราคาเมล็ดพันธุ์ที่ขายจะมีราคาถูกกว่าตลาด โดยกระจายไปตามร้านค้าต่างๆ
ในขณะที่กลุ่มเครื่องจักรกลทางการเกษตร อย่างบริษัท สยามคูโบต้า อิทธิพล อินเปา ผู้จัดการอาวุโสการบริการหลังการขายในประเทศ บริษัท สยามคูโบต้า ระบุว่า บริษัทจะจัดให้บริการในการซ่อมฟรีและลดค่าบริการในการบำรุงรักษาเครื่อง 1,500 จุดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 17-23 มี.ค. 2557 ซึ่งตั้งเป้าว่าจะช่วยเหลือเกษตรกร 1.5 หมื่นครัวเรือน
แต่ในมุมมองของชาวนาอย่าง ภูติ ศรีสมุทรนาค นายกสมาคมส่งเสริมชาวนาไทย มองว่า สิ่งที่ชาวนาต้องการที่สุด คือ เงินทุน ไม่ใช่การลดราคาเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย และค่ายา เพราะที่ผ่านมาก็มีการขอความร่วมมือกับเอกชนในลักษณะนี้ แต่ทำกันแค่ชั่วคราวและไม่ทั่วถึง จึงขอเสนอว่า 1.ธนาคารของรัฐ คือ ธ.ก.ส.ต้องขยายกรอบเงินกู้ให้ชาวนา และ 2.รัฐบาลต้องมีนโยบายพยุงรายได้ให้ชาวนาไว้ที่ระดับ 1.2-1.3 หมื่นบาทต่อตัน โดยให้ชาวนาขายข้าวสารในราคาตลาด และรัฐบาลจ่ายส่วนต่างให้ในราคา 3,500-4,000 บาทต่อตัน
“เงื่อนไขเดียวที่จะทำให้ชาวนาทั่วประเทศได้ในสิ่งที่ต้องการ คือ รัฐบาลรักษาการต้องลาออก เพราะรัฐบาลที่มีอยู่ตอนนี้ อยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้เลย” ภูติ ทิ้งท้าย







